ลั่วหยางยามเที่ยงคืน ดาราทอแสงเย็นยะเยือกเต็มฟั้า ไร้ซึ่งแสงจันทร์
ด้านนอกประตูจวนบนเนินเขาธรรมดา ๆตรงหน้าไม่เห็นเงาใครแม้ ครึ่งคน
เว้นเพียงยามเฝั้าประตูสองคนที่มือเท้าหยาบหนา แขนใหญ่เอวกลม ถือดาบกระบี่ ใช้สายตาเย็นชากวาดผ่านเซี่ยเวยอย่างเปียมความระแวดระวัง ทั้งยัง…
มีความประหลาดใจและอัศจรรย์อันปิดไม่มิด
ทั้งเบื้องบนจดเบื้องล่างของนิกายสวรรค์ คนที่เคยเห็นเขามีไม่มาก ที่เคยเห็นและรู้ว่าเขาคือตู้จวินซานเหรินในตำนานก็น้อยยิ่งกว่า
แต่ถึงกระนั้นหลายวันมานี้ ข่าวลือเกี่ยวกับตัวเขากลับแพร่ไปทั่ว ล้วนบอกว่าการตายของกงอี๋เซียนเซิงมีข้อสงสัยหลายประการ คนผู้นี้ ไม่เพียงทรยศนิกาย แต่ยังแทนคุณด้วยโทษ ขัดแย้งกับเจ้านิกาย การมา ลั่วหยางครั้งนี้ก็เพราะในที่สุดเจ้านิกายหมายจะแสดงอำนาจ ลงจากเขามาจัดการเจ้าตัว
ใครจะไปคิดว่าตู้จวินซานเหรินในตำนานที่แท้ก็หน้าตาเช่นนี้
บนร่างสวมเสื้อคลุมนักพรตสีขาวราบเรียบแม้สีหน้าอ่อนล้าจากการเดินทางอยู่บ้าง แต่คิ้วตาที่งามดุจภาพวาดน้ำหมึกกลับสงบนิ่งปราศจากความตระหนก ถึงจะมาคนเดียวก็ไม่ได้มีท่าทางหวาดหวั่นแม้แต่น้อย
ที่สำคัญคือ ไม่ได้เป็นตาเฒ่าร้ายกาจอะไร…
เปรียบกับกงอี๋เฉิงที่กาลก่อนพวกเขาพบเห็นเป็นประจำ เซี่ยจวีอัน ดูเยาว์วัยกว่ามาก มากเสียจนไม่อยากจะเชื่อ
เพียงแต่ไม่นาน นักพรตน้อยที่เข้าไปรายงานเมื่อครู่ก็ออกมา
ครั้นมาถึงประตูก็แสดงความเคารพ
ถึงกับโค้งคำนับเซี่ยจวี