อันด้วยซ้ำ แต่กลับดูเหมือนทำหน้ายิ้มใจไม่ยิ้ม กล่าวว่า “เจ้านิกายกับคุณหนูรองเจียงท่านนั้นรอคอยอยู่นานแล้วเชิญ เซียนเซิง”
หนทางเปล่าเปลี่ยว สายลมพัดจากถนนร้างต้องชายเสื้อเซี่ยเวยจนกระพือ
เขามีทีท่าสงบนิ่ง
ทั้งยังไม่พูดจามากความ สายตาไร้ซึ่งความกลัวเกรง ไม่เหมือนคน โชคร้ายที่กำลังจะถูกคุมตัวหรือกระทั่งจำขังอยู่รอมร่อ ถึงขั้นสงบเยือกเย็น ตามนักพรตน้อยเข้าไปด้วยท่าทางเสมือนเดินเข้าบ้านของตน
ยี่สิบกว่าปีในนิกายสวรรค์ เขาไม่เคยใช้ชื่อเซี่ยเวยออกคำสั่งหรือให้ คำปรึกษา แต่ใช้ชื่อ ‘ตู้จวินซานเหริน’ แทน จุดประสงค์ก็เพื่อว่าวันหน้าแฝงตัวเข้าไปในราชสำนัก ชื่อเซี่ยเวยจะยังสะอาดบริสุทธิ์ ไม่ดึงดูดความ สงสัยจนมีพิรุธเกินไป
ด้วยเหตุนี้เขาจึงไปเยือนแต่ละสาขาน้อยครั้งยิ่ง
สาขาย่อยเมืองลั่วหยางนั้นไม่คุ้นเคยแม้แต่น้อย ระหว่างทางที่เดินตามผู้รับใช้ตนก็กวาดตามองรอบ ๆ โดยไม่ปริปาก หลังผ่านเส้นทางอันคดเคี้ยวก็มาถึงลานข้างของจวนบนเขา
ด้านนอกแขวนโคมสว่างไสว ใต้แสงโคมเต็มไปด้วยศิษยานุศิษย์ของนิกายสวรรค์ ได้ยินเสียงผู้รับใช้กล่าวว่า “ตู้จวินเซียนเซิงมาถึงแล้ว”
ชั่วขณะนั้น สายตาของทุกผู้คนล้วนหันมายังร่างของเขา ฝูงชนค่อย ๆ แหวกเหมือนสายน้ำเพื่อเปิดทางให้ ทว่าจับจ้องเขาตลอดทางอย่างดุดัน
เซี่ยเวยกลับไม่แยแส
เขาไม่เหลือบแลเหล่าศิษย์นิกายสักแวบ มุ่งหน้าผ่านเส้นทางที่แหวกเปิดเข้าไปยังลานข้างก่อนจะมองเห็นประตูพับท