ข้าหูเซี่ยเวยก็มีแต่จะกระตุ้นโทสะที่ซ่อนอยู่ในใจ ถึงขั้นทำให้นึกถึงวังหลวงอาบโลหิตและซากศพกองกันเป็นภูเขา ความสะอิดสะเอียนซึ่งฝังลึกในกระดูกทั่วสรรพางค์กายจึง หวนกลับคืน
ย่อมต้องหัวเราะออกมาคำหนึ่ง
เขาเอ่ยเตือนเสียงเรียบ “เจ้านิกายหลงลืมแล้ว ยี่สิบกว่าปีก่อน เซี่ยเวยละทิ้งชื่อแซ่เก่า มีเพียงมารดาไร้ซึ่งบิดา ถึงมีบิดาก็ถือว่าตายไปแล้วบุตรบุญธรรมของท่านแซ่เซียวนามติ้งเฟย บัดนี้เสวยสุขอยู่ในเมืองหลวง ต่างหาก”
นามของคุณชายติ้งเฟย นิกายสวรรค์ใครบ้างไม่รู้จัก ใครบ้างไม่เคยได้ยิน
คนในนิกายเมื่อนึกถึงก็สลดหดหู่
ผู้รับใช้บางส่วนระลึกถึงพฤติกรรมของมารในร่างมนุษย์ผู้นั้นแล้ว เผลอตัวสั่นเทิ้ม อดก้มหน้าเล็กน้อยไม่ได้
ว่านซิวจื่อได้ยินเข้าก็เหมือนเลือดลมพลันเดือดพล่านแทบหน้ามืด!
เจ้าเด็กบัดซบเซียวติ้งเฟยนั่น หลายปีมานี้ไร้วิชาความรู้ สร้างความ ยุ่งยากให้ตนไม่รู้ตั้งเท่าไรสร้างความลำบากให้นิกายสวรรค์ไม่รู้ตั้งแค่ไหน!
เขาตระหนักได้ทันที “ไอ้ลูกระยำนั่น ที่แท้เจ้าก็จงใจคัดเลือกมา! ดี ทำได้ดีนัก!”
เซี่ยเวยไม่ปฏิเสธ เอ่ยเพียงว่า “ข้ามาตามสัญญาแล้ว หากเจ้านิกาย คิดพิพากษ์ความผิดคิดกระทำเช่นไรก็ทำเช่นนั้น ท่านคุมขังเจียงเสวี่ยหนิง มาตั้งหลายวัน ตอนนี้สมควรปล่อยได้แล้วกระมัง”ว่านซิวจื่อหันมองเจียงเสวี่ยหนิง “รีบร้อนไปทำไมกัน”
เขาคลี่ยิ้มเย็นชา ยกมือส่งสัญญาณให้เหล่านักพรตน้อยนิกายเต๋า ข้างกาย “มาแล้วก็ม