”
เซี่ยจวีอันในวัยเยาว์เป็นผู้มีความสามารถน่าทึ่งอย่างแท้จริง
ทั้งเบื้องบนจดเบื้องล่างของนิกายสวรรค์ ผู้ใดบ้างจะเทียบได้
ตอนแรกที่ว่านซิวจื่อนำตัวเด็กผู้แบกความแค้นใหญ่หลวงกลับจินหลิง ไม่คิดเลยว่าเขาจะมีความสามารถยิ่งใหญ่ปานนี้ เพียงเห็นว่าเขาฉลาดเกิน คน คิดอ่านลุ่มลึก ก็นึกแค่ว่านิกายสวรรค์จะมีผู้ช่วยอันประเสริฐที่จะ เข้าไปมีส่วนร่วมได้ทุกภาคส่วน ถึงกับให้เขาไปช่วยงานเผยแผ่คำสอน ยืน ในตำแหน่งทัดเทียมกงอี๋เฉิง หวังให้อีกฝั่ายเชื่อฟังคำสั่งของตนเคร่งครัด ไม่คิดว่าเจ้าตัวจะมีแผนการใหญ่ ต่อหน้าหาข้อบกพร่องไม่ได้ ในที่ลับกลับ มีใจทะเยอทะยาน ค่อย ๆเติบโตเป็นอสูรร้าย กระทั่งตนลองชั่งน้ำหนัก ดูแล้วยังต้องประหวั่นอยู่สามส่วน
บุคคลที่เดิมทีคิดว่าควบคุมได้ จะทำงานถวายชีวิตให้ ไม่นานกลับ กลายเป็นคมมีดแขวนเหนือลำคอเสียอย่างนั้น เรื่องแบบนี้ใครจะไปทนไหวกัน
ว่านซิวจื่อชิงชังเขาเป็นที่สุด
ทว่าบัดนี้ไม่มีกงอี๋เฉิงแล้ว ทั้งยังสูญเสียเซี่ยจวีอันไป เบื้องบนจด เบื้องล่างของนิกายสวรรค์เริ่มมีคนเอาใจออกหาก การระดมพลก่อกบฏเองก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ตัวเขาสูงวัยแล้ว ถึงบำรุงร่างกายดีอย่างไรก็ผ่านพ้นวัย โชติช่วง จิตใจเหี่ยวแห้งลงภายใต้สถานการณ์เช่นนี้เขาจึงยิ่งชิงชังเซี่ยจวีอันเข้ากระดูกดำ
ถ้อยคำนี้เต็มไปด้วยความกราดเกรี้ยว ซ้ำยังมีอารมณ์ของการตั้ง คำถามที่หยามหมิ่นดูแคลน
แต่ถึงกระนั้นเมื่อคำว่า ‘บิดาบุญธรรม’ เ