ว่าข้าโชคดีแล้ว จับพลัดจับผลูมาเป็นผู้ชนะในตอนจบเสียได้ ข้าไม่เกรงใจหรอกนะ!”
เดิมทีก็มาฆ่าเวลาเป็นเพื่อนให้นางสุขเกษมเงินแค่นี้จึงไม่มีใครเก็บมาใส่ใจ
เจียงเสวี่ยหนิงแย้มยิ้มตามทว่าเพียงช้อนตาก็มองเห็นเตาฉินเข้ามาจากข้างนอก จึงขมวดคิ้วน้อย ๆ ถามอย่างเป็นปกติ“ช่วยเซียนเซิงของพวกเจ้าเอาไว้ได้แล้วสินะ ยังไม่ตายอีกหรือ”
เตาฉินมึน ๆ แต่ก็ตอบตามสัญชาตญาณ“ท่านหมอบอกว่าไม่สาหัส กำลังรักษาอยู่ขอรับ”
เจียงเสวี่ยหนิงวางไพ่ “ดวงแข็งนัก”
เตาฉินงุนงงคล้ายอยู่ในม่านหมอกปุยเมฆ“เซียนเซิงให้มาตามหาท่านขอรับ”
เจียงเสวี่ยหนิงตอบอย่างเกียจคร้าน “ก็เจอแล้วไม่ใช่หรือ กลับไปเถอะ อย่าลืมบอกให้เซียนเซิงของพวกเจ้าเลิกทำตัวน่ารังเกียจเช่นนั้นด้วยเล่า หากครั้งหน้าไปให้ใครแทงอีก เรื่องอาจไม่ง่ายแบบนี้ก็ได้”
เตาฉินรู้สึกว่าตนเข้าใจคำพูดนี้
ทว่าพอครุ่นคิดดี ๆ ก็เหมือนจะฟังไม่เข้าใจเลยสักอย่าง
เขาสังเกตน้ำเสียงท่าทางของเจียงเสวี่ยหนิงก่อนจะนึกถึงท่าทีของเซียนเซิงตนเมื่อสักครู่กลายเป็นว่าไม่กล้าถามอะไรมาก พอเจอตัวแล้วจึงขานว่า “ขอรับ” ค้อมกายคารวะเสร็จก็ล่าถอยไปจริง ๆ
ภายในห้องเซี่ยเวย บัดนี้จัดการบาดแผลเสร็จเกินครึ่งแล้ว
น้ำซึ่งถูกโลหิตย้อมจนแดงฉานกว่าครึ่งกะละมังถูกยกออกไป
หน้าผากโจวฉีหวงมีเหงื่อผุดซึมให้เห็น
หลี่ว์เสี่ยนเฝั้าดูอยู่นาน ครั้นเห็นอาการของเซี่ยเวยดีขึ้นไม่น้อยถึงเพิ่งถาม “อยู่ดี ๆ เหตุใดเอามีดมาแทงกั