ดินเข้ามาหา“คารวะรองราชครูเซี่ย เมื่อวานข้าน้อยมาอย่างฉุกละหุก ทั้งยังเป็นช่วงงานเลี้ยงฉลองพอดี จึงไม่ทันได้คุยธุระสำคัญ ไม่นึกว่ากำลังจะไปหาแม่ทัพเยี่ยนหลินก็พบท่านเสียก่อน”
เซี่ยเวยถาม “ท่านมีธุระสำคัญ?”
ดวงตาโจวอิ๋นจือวาบประกายเล็กน้อย เผยรอยยิ้มขณะจ้องมองเขา “ได้ยินว่าช่วยเหลือองค์หญิงใหญ่กลับมาได้เดือนกว่าแล้ว ก่อนหน้านี้จำเป็นต้องพักรักษาพระวรกาย ในเมื่อตอนนี้พระอาการดีขึ้นมาก ฝั่าบาทจึงมีพระราชประสงค์ให้รับตัวองค์หญิงเสด็จกลับเมืองหลวงอีกอย่างการบุกโจมตีต๋าต๋าและช่วยพาองค์หญิงกลับมาครั้งนี้ของท่านกับแม่ทัพเยี่ยนหลินก็ช่วยให้ต๋าต๋ายอมสวามิภักดิ์ต่อราชสำนัก บั่นทอนกำลังของอีกฝั่าย ทั้งยังตัดภัยสงครามซึ่งจะอุบัติณ ด่านชายแดนในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า นับเป็นคุณงามความดีใหญ่หลวง ต้องปั่าวประกาศต่อใต้หล้า เลื่อนยศถาบรรดาศักดิ์ กระทั่งหนังสือแต่งตั้งกรมพิธีการก็กำลังคัดลอกอยู่ ไม่รู้ก็แต่ว่าท่านกับแม่ทัพเยี่ยนจะออกเดินทางกันเมื่อใด”
ด่านชายแดนมีกองกำลังนับแสน ห่างไกลอำนาจของเมืองหลวง ขืนกลับไปมีหวังมือเปล่าทั้งยังต้องเข้าสู่ถิ่นฐานของศัตรู
ใครจะกล้าเสี่ยง
เซี่ยเวยรู้สึกว่าคำพูดนี้ของโจวอิ๋นจือมีเจตนาหยั่งเชิงค่อนข้างมาก แต่ก็ไม่ได้ลนลาน หันมองรอบบริเวณทีหนึ่งแล้ววกกลับมายังโจวอิ๋นจือ ลดเสียงทอดถอนใจเบา ๆ ว่า “ใต้เท้าโจว ราชสำนักจะปล่อยเรื่องนี้ไปง่าย ๆ เลยจริงหรือ”
สีหน้าของโจวอิ๋นจือพ