ลันแข็งค้างอยู่บ้าง “นี่ท่าน…”
ภายนอกเซี่ยเวยกลับเย็นเยียบ “ตอนนั้นตระกูลเยี่ยนถูกตรวจสอบเรื่องสมคบกับกลุ่มกบฏผิงหนานอ๋อง บังเกิดจิตเคียดแค้นต่อฝั่าบาทและราชสำนัก ยามนี้เยี่ยนหลินดูคล้ายช่วยเหลือองค์หญิงอยู่ที่ด่านชายแดน ถือเป็นการทำดีจนราษฎรสรรเสริญ แต่มีหรือท่านกับข้าจะไม่รู้ว่าฝั่าบาทไม่เคยมีรับสั่งมาตั้งแต่แรก หลังมาถึงซินโจวคนแซ่เซี่ยจึงได้รู้ว่าจังหวะไม่เหมาะสม น่าเสียดายที่ตอนนั้นสายไป อำนาจทางการทหารตกอยู่ในมือโจรถ่อย หนึ่งคือเพื่อปกปั้องตัวเองสองคือเพื่อการณ์ใหญ่ สามคือเพื่อประชาชน ถึงได้คิดแผนแสร้งตามน้ำอันโง่เขลานี้ ตั้งใจว่าจะช่วยเขาทำธุระก่อนค่อยแจ้งข่าวไปยังราชสำนักเพียงแต่ใต้เท้าโจวมาตัวเปล่า ระหว่างงานเลี้ยงเมื่อวานยังคุยกับเขาสนุกสนานเสียด้วย ตัวข้าจึงไม่เข้าใจยิ่งนัก ไม่ทราบว่าราชสำนักมีแผนการอันใดกันแน่”
หลี่ว์เสี่ยนด้านข้างได้ยินก็อยากหัวเราะ
โจวอิ๋นจือกลับไม่คาดฝันว่าเซี่ยเวยจะกล่าวอ้างเช่นนี้
ตอนเขามาถึงซินโจวก็เคยไปสืบข่าวทั่วทุกที่แทบจะเชื่อไปแล้วว่าเซี่ยเวยเองก็มีส่วนร่วมปลอมแปลงพระราชโองการก่อกบฏครั้งนี้ ถึงอย่างไรสมัยที่เขารับใช้เจียงเสวี่ยหนิงก็ได้รู้บางสิ่งมา อีกทั้งสองปีที่ทำงานราชสำนักก็ไม่ได้คบค้าสมาคมกับเซี่ยเวยมากนัก จึงไม่กล้าดูเบามาโดยตลอด ถึงขั้นกลัวเขากว่าคนอื่นเล็กน้อย
เซี่ยเวยกลับบอกว่าแค่แกล้งตามน้ำไปกับเยี่ยนหลิน
โจวอิ๋นจือรีบใช้ความคิด แยก