จริงเท็จไม่ออกไปชั่วขณะ ทว่าเขาเองก็ขึ้น ๆ ลง ๆ อยู่ในหน่วยองครักษ์เสื้อแพรมาแล้ว เวลานี้นับว่าเป็นคนมียศมีศักดิ์ เจอคนพูดภาษาคน เจอผีพูดภาษาผีก็ยังได้
จึงหัวเราะขมขื่นเสียงเบาคราหนึ่งในทันใด
กล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำว่า “ที่แท้ท่านรองราชครูเซี่ยเองก็ได้รับความยากลำบากเช่นกัน ข้าก็คิดอยู่ว่าฝั่าบาทเห็นท่านเป็นพระอาจารย์ ใช้งานเป็นแขนซ้ายแขนขวา คงไม่ทำถึงขั้นนี้ได้หรอก เพียงแต่ในเมื่อท่านเองก็บอกว่าสถานการณ์เป็นที่แน่นอนแล้วจนยากจะมีโอกาสพลิกผันจริง ๆ มิสู้ตกกระไดพลอยโจนดูสถานการณ์ไปก่อนดีกว่า หรือท่านมีความเห็นสูงส่งอันใดหรือไม่”
เซี่ยเวยเก็บงำประกายตา ความคิดแล่นฉิวเงียบไปครู่หนึ่งก็ส่ายศีรษะ “ศัตรูแข็งแกร่งฝั่ายเราอ่อนแอ น่าหนักใจตรงไร้แผนการที่ดีพอ”โจวอิ๋นจือเอ่ยต่อ “ถ้าอย่างนั้นเรื่องกลับเมืองหลวง…”
บทที่ 217 ช่องโหว่ (2)เซี่ยเวยมองไปทางหอยิงธนูที่ตั้งอยู่ในหอสังเกตการณ์เหนือกำแพงเมือง กล่าวว่า “เยี่ยนซื่อจื่อเพิ่งเรียกนายทหารระดับสูงผู้นำกองทัพแต่ละคนในเมืองมาหารือที่หอยิงธนู ทว่าคนแซ่เซี่ยเป็นขุนนางฝั่ายบุ๋น ไม่เหมาะจะได้รับเกียรติให้เข้าร่วม ใต้เท้าโจวมาได้เหมาะเหม็งนัก มิสู้ไปหยั่งเชิงดูก่อนแล้วเราค่อยวางแผนกันอีกทีดีหรือไม่”
โจวอิ๋นจือเองก็มองไปทางหอยิงธนู อดลังเลไม่ได้
คำพูดของเซี่ยเวย สักสามส่วนเขายังไม่กล้าเชื่อเลยด้วยเกรงว่าหากเชื่อแม้แต่ส่วนเดียวจะตกที่นั่งลำบากอย่างกู่ไม