่กลับ จึงยิ่งกลัวตกหลุมพรางไม่ก็เผลอเผยความลับที่ไม่ควรพูดจนชักนำหายนะถึงชีวิตมาใส่ตัว
ส่วนหลี่ว์เสี่ยนรู้เห็นแจ่มแจ้ง ย่อมทราบว่าคำพูดของเซี่ยเวยไม่จริงสักประโยค แค่ใช้หลอกล่อโจวอิ๋นจือก็เท่านั้น เขาจึงรู้สึกขบขัน ทว่าเห็นโจวอิ๋นจือพูดจาคล้ายระแวงที่มีคนนอกอยู่ด้วยตนจึงเคลื่อนฝีเท้าจะไปหลบด้านข้าง
ไม่นึกว่าเพิ่งเดินก้าวเดียวก็เห็นร่างของใครบางคนข้างล่าง
ถึงกับหลุดปากอย่างไม่รู้ตัว “แม่นางโหยว?”โหยวฟางอิ๋นกำลังดูร้านใบชาท้องถิ่นซินโจวเป็นเพื่อนเจียงเสวี่ยหนิง เพิ่งซื้อสองตำลึงเสร็จก็เตรียมกลับไปดูว่ามีอะไรต่างจากของกิจการตนบ้าง ไหนเลยจะคิดว่าอยู่ดี ๆ ก็มีคนเรียก
ทั้งสองเงยหน้าตามเสียงถึงได้เห็นหลี่ว์เสี่ยน
ตามด้วยเซี่ยเวยกับโจวอิ๋นจือบนหอสังเกตการณ์เหนือประตูเมือง
เจียงเสวี่ยหนิงตะลึงงัน
เซี่ยเวยเองก็ประหลาดใจอยู่บ้าง พอมองเจียงเสวี่ยหนิงก็สังเกตว่าวันนี้นางเปลี่ยนมาสวมกระโปรงจีบสีมรกตอ่อนตัวใหม่ ทั้งยังมีผ้าพันคอนุ่มฟูปิดต้นคอระหงมิดชิด ไม่รู้เหตุใดเรื่องเมื่อคืนถึงผุดในสมองอีกครา
ความรู้สึกประหม่าอันหาได้ยากทำให้เขาตัวแข็งไปจังหวะหนึ่ง
ถึงอย่างไรเรื่องแบบสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองน่ะ…
เจียงเสวี่ยหนิงมองไปทางเขา
แม้เซี่ยเวยไม่หลบสายตา ปลายหูกลับเปลี่ยนแดงเรื่ออย่างค่อนข้างน่าสงสัย
เพียงแต่ความสนใจของคนอื่น ๆ ล้วนอยู่ด้านล่างจึงไม่ทันสังเกต
โจวอิ๋นจือเห็นเจียงเสวี่ยหนิงกับโหยวฟางอิ๋นอ