ยู่ด้วยกันก็ดวงตาทอประกาย เป็นฝั่ายชวนคุยก่อน “คุณหนูรองกับเถ้าแก่โหยวกำลังวุ่นวายเรื่องค้าขายกันอยู่หรือ”
เจียงเสวี่ยหนิงถอนสายตาที่ประสานกับเซี่ยเวย
อย่างไรเสียคนทำเรื่องขายหน้าพวกนั้นก็ไม่ใช่ตน นางจึงสงบนิ่งเป็นพิเศษถึงขั้นยกยิ้มมุมปาก “เปล่าหรอก แค่เดินเล่นเท่านั้นเอง”
วาจาก็เอ่ยไปแล้ว ย่อมไม่สะดวกจะลาจากทันที
มิหนำซ้ำนางเคลือบแคลงโจวอิ๋นจือมาตลอด
ในเมื่อครั้งนี้บังเอิญเจอกัน จึงบอกโหยวฟางอิ๋นว่าจะขึ้นไปหอสังเกตการณ์หน่อย แต่อีกฝั่ายกลับส่ายหน้า มองคนที่ยืนบนนั้นผาดหนึ่งก่อนจะว่าตนขอรอในโรงน้ำชาข้าง ๆ ไม่ขึ้นไปด้วยกัน
เจียงเสวี่ยหนิงเห็นหลี่ว์เสี่ยนข้างบนก็เข้าใจทะลุปรุโปร่ง พยักหน้าไม่กล่าวอะไรแล้วยกชายกระโปรงเดินขึ้นบันไดใต้หอสังเกตการณ์
เซี่ยเวยคล้ายอึดอัดอยู่บ้างแต่ไม่ได้เอ่ยคำใด
หลี่ว์เสี่ยนเห็นโหยวฟางอิ๋นไม่ขึ้นมาก็หุบปากอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์
โจวอิ๋นจือเสียอีกที่ทักทายเจียงเสวี่ยหนิงด้วยท่าทางคุ้นเคยยิ่ง ครั้นเห็นในมือนางยังถือใบชาสองตำลึงก็อดกล่าวไม่ได้ “เกรงว่าใบชาที่ตลาดในด่านขายจะสู้ของเมืองหลวงไม่ได้ ถึงอย่างไรของดีก็อยู่เจียงหนานหรือไม่ก็ส่งเข้าวังไปหมดแล้ว”
สองปีนี้กิจการของเจียงเสวี่ยหนิงเองค่อนข้างกว้างขวาง ในอดีตก็นับว่าเคยปกครองวังหลัง คนที่รู้ดีว่าแต่ละพื้นที่ส่งเครื่องบรรณาการถวายราชสำนักเช่นไรบ้างมีหรือจะไม่แจ่มแจ้ง
เพียงแต่โจวอิ๋นจือในเวลานั้นไม่ได้เข้าใจเรื