าบในหัวยังคงสับเปลี่ยนไปมาไม่หยุดเจียงเสวี่ยหนิงเจ็บปวดเกือบงอร่าง โค้งกายย่ำเท้าเบาหวิว หันหลังจะโซซัดโซเซหาทางกลับห้องตน
แต่เดินได้แค่สองก้าวก็ไพล่นึกไปถึงวันนั้น
เซี่ยเวยถามนางว่าไยเสิ่นจื่ออีถึงคู่ควรให้นางทุ่มเททุกอย่างบุกน้ำ ลุยไฟ ตอนนางตอบกลับว่า“องค์หญิงทรงดีต่อข้ามากเจ้าค่ะ” สายตา เงียบงันที่เซี่ยเวยจับจ้องมาเนิ่นนานนั้น…
ท้ายที่สุดก็อดหยุดฝีเท้าไม่ได้
ความรู้สึกทรมานเหลือแสนเข้าครอบงำจนนางตระหนักถึงความ เจ็บปวดทุกข์ทนยากจะปลดปล่อย ครั้นอดทนถึงขีดสุดก็กลับแปรเป็นความแน่วแน่ซึ่งอยู่ดี ๆ ก็เอ่อล้น
บางอย่างไม่ใช่สิ่งที่นางในชาตินี้ต้องการอีกต่อไปแล้ว
แม้จะกล่าวว่านางใช้ชีวิตมาสองชาติภพ ทว่ารวมทั้งสองชาติแล้วก็แค่ยี่สิบเจ็ดปี อ่อนกว่าเซี่ยจวีอันในชาตินี้ปีกว่า มิหนำซ้ำเดิมทีนางก็มีปัญญาเช่นคนธรรมดา จะมาเทียบอัจฉริยะฟั้าประทานอย่างเซี่ยจวีอันได้อย่างไร
หากไม่พูดให้ชัดเจน ตัดให้เด็ดขาด สุดท้ายผู้ต้องตกระกำลำบากคือนาง
เจียงเสวี่ยหนิงยืนท่ามกลางความเปล่าเปลี่ยวพักหนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ กำมือแน่น ฝืนพาร่างอันสั่นระริกที่หยัดกายจนตรงได้หันขวับมุ่งตามระเบียงทางเดินยาวอีกรอบ
เงาแมกไม้กระจัดกระจายใต้ชายคา
ไม่รู้เหตุใดคืนนี้เจี้ยนซูที่มักเฝั้านอกประตูห้องเซี่ยเวยถึงมายืนกอด กระบี่นอกเรือนแทน ครั้นเห็นเงาร่างนางก็ผงะ “คุณหนูรองหนิง?”
เจียงเสวี่ยหนิงตอบ “ข้ามีเรื่องจะมาหาเซียนเซิง”
เจี้ยนซูพล