หนิงก็มองเห็นเขาชัด ๆ
เวลานี้ถึงเพิ่งได้สติ เมื่อครู่เซี่ยจวีอันอาบน้ำอยู่ในห้อง!
นางรู้ทันใดว่าตอนนี้โอกาสไม่เหมาะ จึงรีบเก็บสายตาไม่กล้ามอง มั่วซั่วอีกแม้แต่น้อย หลุบตาจับจ้องแค่เท้าตนเองแล้วกล่าวรัวเร็ว “ศิษย์วู่วามไปแล้ว ไว้วันหน้าจะมาใหม่นะเจ้าคะ”
พูดจบก็จะล่าถอยทว่าเซี่ยเวยกลับคว้าแขน กักตัวนางไว้แน่นหนา เอ่ยเพียงว่า “กลัวข้าขนาดนี้เลย?”
เห็นได้ชัดว่าเขาแช่น้ำเย็นมา เรือนกายปราศจากไอร้อนโดยสิ้นเชิง แต่ฝั่ามือที่ยึดแขนนางกลับร้อนผ่าวจนน่าตกตะลึง แม้จะมีผ้าไหมอ่อนนุ่มขวางกั้นชั้นหนึ่งก็ยังเล่นเอาตัวสั่นสะท้าน
เจียงเสวี่ยหนิงยิ่งรู้สึกผิดปกติ
นางฝืนรักษาความเยือกเย็น “เดิมทีแค่มีข้อสงสัยไม่เข้าใจใคร่สอบถามเซียนเซิงน่ะเจ้าค่ะ แต่เพราะดื่มสุราไปสองจอกในงานเลยเวียนหัวจนมา รบกวนยามวิกาล ขอเซียนเซิงโปรดให้อภัยด้วย”เซี่ยเวยได้ยินนางยังคงพูดจาห่างเหินรวมถึงคำว่า ‘สุรา’ ก็หางตา กระตุกเบา ๆ ในที่สุดความหงุดหงิดที่สั่งสมมาตั้งแต่ตอนผละจากงานกลางคันก็แตะถึงขีดจำกัด ล้นทะลักไม่หมดไม่สิ้นจนต้องกระชากอีกฝั่าย เข้าสู่อ้อมอกแล้วจับจูบ
ริมฝีปากที่แช่น้ำเย็นมาหนาวยะเยือกจนเจียงเสวี่ยหนิงตัวสั่นเทิ้ม
อ้อมกอดชื้น ๆ ของเขาทำให้นางเปียกปอนไปทั้งร่าง ทว่าแผ่นอกซึ่งแนบชิดกลับเกร็งเขม็งร้อนผ่าว
ลิ้นเข้ารุกราน
แฝงความโกรธขึ้ง
ไม่เหลือช่องให้นางสูดหายใจสักนิด รวดเร็วดุจลมฝนจนยากจะต่อกร กลิ่นอายอันตรายบางป