ระการที่ไม่เคยล่วงรู้แผ่ซ่าน รุนแรงยิ่งกว่าตอนติด ถ้ำหลังเผชิญหิมะตกหนักเสียอีก!
นอกจากโทสะคุกรุ่นแล้วยังเจือความปรารถนาอันลึกล้ำชวนใจสั่น
ปลายลิ้นไล้เลียไรฟันขาวของนางซ้ำยังขบกัดกลีบปาก นางเจ็บจน ส่งเสียงขึ้นจมูก เปิดช่องให้เขาสบโอกาสบีบคางจนต้องเงยหน้ารับจุมพิตดูดดื่มจนเกือบขาดอากาศ
กว่าริมฝีปากจะผละจากก็เหลือเรี่ยวแรงพอแค่หอบหายใจ
เจียงเสวี่ยหนิงเห็นท่าทีฟังอะไรไม่เข้าหัวสักครึ่งประโยคแบบนั้นก็รู้ว่าชักไม่ค่อยดี อยากจะผลักแต่เขาก็จับแน่นกว่าเก่า
เซี่ยเวยเผยรอยยิ้มเย็นชาบางเบา “ตอนนี้ค่อยรู้จักกลัวคิดจะหนีแล้วสินะ ความกล้าที่ยกสุราให้ข้าโดยไม่แม้แต่จะมองก่อนหน้านี้เล่า”
เจียงเสวี่ยหนิงตระหนกจับต้นชนปลายไม่ถูก“สุราอะไร”
เซี่ยเวยได้ยินก็ยิ่งคับข้องใจ อีกทั้งคร้านจะอธิบาย ลากนางที่ขัดขืน และตั้งท่าจะหลบหนีเข้าห้องโดยไม่กล่าววาจา
เจียงเสวี่ยหนิงเดือดดาลถึงขีดสุด ตบหน้าเขาฉาดท่ามกลางราตรี มืดมิด ตำหนิเสียงเย็นชาว่า“ดึกดื่นปั่านนี้ เซียนเซิงสำรวมกิริยาด้วย เจ้าค่ะ!”
เซี่ยเวยโดนนางตบจนหน้าหันเล็กน้อย
นางหมุนกายหมายจะพุ่งออกจากห้อง
แต่แล้วแววตาเซี่ยเวยพลันเยียบเย็นมืดครึ้มชิงยึดมือทั้งสองของนางแล้วปิดประตู กักนางไว้ในช่องว่างคับแคบตรงกลางเสมือนร่างกายเปียกน้ำของเขาเป็นกำแพง จับจ้องจากตำแหน่งสูงกว่า “สำรวมกิริยา?”
ภายในห้องยิ่งมืดกว่าเดิม
มีแค่แสงขมุกขมัวลอดผ่านกระดาษกรุหน้าต่างจากระเบียง