งเต้ ยังนึกว่าราชสำนักตั้งใจส่งผู้ส่งสารมาเพราะทางฝั่าบาททรงทราบข่าวที่ปราบต๋าต๋าชนะครั้งใหญ่แล้วต้องการตบรางวัลด้วยซ้ำ จึงไม่เพียงไร้ความตระหนกแต่กลับเปียม ความตื่นเต้นดีใจ ท่าทีกระตือรือร้นเป็นพิเศษ
โจวอิ๋นจือผู้นี้ นายทหารระดับสูงในด่านชายแดนอาจไม่รู้จัก แต่พวกเซี่ยเวย เยี่ยนหลินและเจียงเสวี่ยหนิงล้วนรู้จัก
ทุกคนเงียบงันไปครู่หนึ่ง
เสิ่นจื่ออีประทับอยู่ที่นั่งตำแหน่งประธานดวงตาวูบไหวเล็กน้อย อ้าปากคล้ายต้องการกล่าวบางอย่าง ทว่าพอเหลือบมองเซี่ยเวยทางด้าน ข้างก็ปิดปาก
บรรยากาศในงานพิลึกพิลั่นอยู่บ้างท้ายที่สุดเซี่ยเวยก็หัวเราะออกมาก่อน “ผู้บัญชาการโจวเกรงใจไป แล้ว เดินทางไกลจากเมืองหลวงมาทันช่วงงานเลี้ยงฉลองพอดี ใครก็ได้เชิญใต้เท้าโจวมายังที่นั่งที”
ด้วยเหตุนี้ทุกคนจึงเริ่มทักทายโจวอิ๋นจือ
เจียงเสวี่ยหนิงเองก็อยู่ตรงที่นั่ง มิหนำซ้ำอยู่ข้างกายเสิ่นจื่ออีตำแหน่งจึงค่อนข้างสะดุดตาหลังโจวอิ๋นจือกล่าวทักทายเยี่ยนหลินเสร็จก็แทบจะ มองเห็นนางทันที ครั้นผงะไปครู่หนึ่งซึ่งไม่รู้ว่าแสดงออกแท้จริงหรือเสแสร้งก็เอ่ยทัก “ไม่นึกว่าคุณหนูรองจะอยู่นี่ด้วย ไม่เจอกันสองปีแล้วนะขอรับ”
ชาติที่แล้วโจวอิ๋นจือเป็นสุนัขตัวหนึ่งที่นางเลี้ยงไว้ มิใช่คนดีอะไร ทำ ทุกวิถีทางได้เพื่อไต่ขึ้นสูง
เหตุที่ตระกูลเยี่ยนถูกตรวจสอบยึดทรัพย์ก็มีสามส่วนเป็นฝีมือเขา
ต่อมาเปลี่ยนนายหลายครั้งจนมาพึ่งพิงนางอีก แล้วจึงไปเข้าห