ียงรองเสนาบดีกรมคลังเล็กๆ ยามเจอเขายังต้องให้เกียรติสักหน่อยด้วยซ้ำไปเริ่มไม่ได้ยินว่าไปมาหาสู่อะไรกันอีก
นางคอยหวาดระแวงและเฝั้าระวังคนผู้นี้อยู่ตลอด แม้จะเคยใช้เขาไปลอบเตือนเยี่ยนหลินและจัดการจวนชิงหย่วนปั๋อจนช่วยเหลือโหยวฟางอิ๋น ออกมา ทว่าก็ไม่เคยเชื่อใจโดยสมบูรณ์
บัดนี้ไม่เจอกันสองปี สถานะต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง
เจียงเสวี่ยหนิงย่อมไม่ตื้นเขินถึงขนาดปฏิบัติด้วยท่าทีเช่นในอดีต มอบรอยยิ้มที่แม้จะไม่ดูเป็นมิตรแต่ก็ไม่เย็นชากลับไปให้ “ไม่เจอกันสองปียินดีกับใต้เท้าโจวด้วยนะเจ้าคะที่ได้เลื่อนขั้นสู่ตำแหน่งใหญ่โตอย่างราบรื่น”
พอกล่าวทักทายจนครบวง เวลานี้ถึงได้นั่งลงจริง ๆ สักที
โจวอิ๋นจืออธิบายว่าหลังจากด่านชายแดนรายงานชัยชนะไปยัง เมืองหลวง ฝั่าบาทก็เบิกบานพระทัยและพอพระทัยยิ่ง จึงมีรับสั่งให้เขามาตกรางวัลเพื่อแสดงออกถึงพระเมตตาโดยเฉพาะ ทั้งยังบอกว่าในที่สุดจวนหย่งอี้โหวก็สามารถหวนคืนสู่เมืองหลวง รองราชครูเซี่ยซึ่งวางแผนการอยู่แนวหลังเองก็มีคุณงามความดีใหญ่หลวงอะไรสักอย่าง
ท่าทางเหมือนไม่รู้ความจริงโดยสิ้นเชิง!
ประหนึ่งเยี่ยนหลินไม่ได้ออกจากแดนเนรเทศโดยพลการ ราวกับว่าที่ชิงอำนาจทางการทหารมาได้ไม่ใช่เพราะปลอมแปลงพระราชโองการแต่มีรับสั่งจากพระองค์จริง ๆ กระทั่งท่าทีของราชวงศ์ซึ่งเดิมไม่ดูดำดูดี เสิ่นจื่ออี ปฏิเสธจะช่วยเหลือนางที่สบภยันตรายก็คล้ายไม่เคยปรากฏ
ไม่ว่าจะอสุนีบาตหรือหยาดพิรุณล้