ว
ผ่านไปครู่หนึ่งถึงจับมือเยี่ยนหลินซึ่งยื่นมาจากด้านข้างแล้วออกแรง ลุก แหวกม่านประตูเข้าไป
ถึงอย่างไรก็เป็นพื้นที่ชายแดนทุรกันดาร ห้องจึงเรียบง่ายเสียจน มีเพียงโต๊ะเก้าอี้กับเตียงไม้
เสิ่นจื่ออีนอนราบอยู่บนเตียง
สาวรับใช้อุ้มทารกแรกเกิดให้อีกฝั่ายดูน้ำตาคลอหน่วย เจ้าตัวยื่นนิ้ว อันไร้กำลังลูบแก้มทารกเบา ๆ จากนั้นมองเจียงเสวี่ยหนิง เอ่ยเรียกเสียงแหบพร่า “หนิงหนิง”
เจียงเสวี่ยหนิงน้ำตาไหลพรากราวสายฝน
ไม่กล้าคิดเลยว่าเสิ่นจื่ออีผู้มีฐานะเป็นถึงเชื้อพระวงศ์และเคยใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย ต้องเผชิญความทุกข์ยากและถูกหมิ่นเกียรติเช่นไรที่ต๋าต๋ามาบ้าง ทว่ายามสายตาเคลื่อนมองลูกน้อยเมื่อสักครู่กลับอ่อนโยนเหลือแสน
นางเดินไปข้างเตียง “ยินดีกับองค์หญิงด้วยเพคะ เด็กเองก็ปลอดภัยเช่นกัน”
ใบหน้าของทารกแรกเกิดแดงระเรื่อ มีขนาดไม่ถึงฝั่ามือ ทั้งยังยับย่นและตัวเล็กกว่าเด็กแรกเกิดทั่วไปมาก บนศีรษะมีผมไฟเปียกแฉะ ดวงตาปิดสนิท ส่งเสียงอ้อแอ้ไม่รู้ความหมายผะแผ่ว
เสิ่นจื่ออีไร้เรี่ยวแรงโดยสิ้นเชิง นิ้วที่ลูบแก้มลูกตกห้อย มองเจียง เสวี่ยหนิงพลางกล่าวว่า“นานขนาดนี้แล้วข้ายังคิดไม่ออกเลยว่าจะตั้งชื่ออะไรดี ข้าอยากได้ลูกสาวผู้รู้ใจสักคน คาดไม่ถึงว่าจะเป็นลูกชาย หนิงหนิง ช่วยข้าตั้งชื่อหน่อยสิ”
เจียงเสวี่ยหนิงชะงักงัน
ผ่านไปพักหนึ่งถึงตอบกลับ “อักษร ‘จยา’ ดีไหมเพคะ หวังว่าภาย ภาคหน้าจะเติบโตได้อย่างแข็งแรงและเปียมส