ะรัว
นางหันกายรินสุราลงจอกเปล่าบนโต๊ะ ก่อนจะประคองจอกส่งให้ เยี่ยนหลิน
เยี่ยนหลินย่นคิ้ว ไม่ได้ยื่นมือรับ เพียงบอกเหล่านายทหารยศสูงที่เฝั้ากระเซ้าเย้าแหย่ว่า“พวกท่านชักจะดื่มกันมากไปแล้วนะ”
เวลานี้เองเจียงเสวี่ยหนิงก็ประคองเสิ่นจื่ออีเข้ามา
ครั้นเห็นงานเลี้ยงครื้นเครงขนาดนี้จึงกล่าวยิ้ม ๆ กับเยี่ยนหลิน “ทำ ศึกเป็นตายในสนามรบจนกระทั่งชีวิตก็มอบไปแล้ว แค่สุราจอกเดียวจะเป็นอันใดไป แม่ทัพทั้งหลายเองก็มีน้ำใจ ดื่ม ๆไปเถอะ”
เยี่ยนหลินเคลื่อนสายตามองโดยไม่เอ่ยคำ
นางพลันหัวใจเต้นผิดจังหวะ
ความทรงจำไหลย้อนมาจนในที่สุดก็นึกได้ใจเต้นไม่เป็นส่ำขึ้นมาบ้าง
นายทหารยศสูงเหล่านั้นเห็นว่าอยู่ดี ๆ ก็มีสตรีรูปโฉมเพริศพราย ขนาดนี้เข้ามา จึงนึกถึง‘คุณหนูรองหนิง’ ที่เล่าลือกันเมื่อหลายวันก่อนทั้งยังได้ยินนางคุยกับเยี่ยนหลินอย่างสนิทสนมก็พากันหัวเราะตาม “นั่นสิ กระทั่งคุณหนูรองหนิงยังออกปาก ต่อให้แม่ทัพเยี่ยนไม่เห็นแก่หน้าพวกข้า ถึงอย่างไรก็ต้องเห็นแก่หน้าคุณหนูสักหน่อยนะ! มา พวกข้าขอคารวะท่านหนึ่งจอก!”
เยี่ยนหลินเพียงกล่าวว่า “ข้าไม่ดื่มสุรา”
แม่ทัพผู้ไว้หนวดเคราอดฉงนไม่ได้ “ท่านใช่ว่าอายุเจ็ดสิบแปดสิบ สักหน่อย เหตุใดจะดื่มไม่ได้”
เยี่ยนหลินถอนสายตาที่จับจ้องเจียงเสวี่ยหนิงเอ่ยพลางหลุบตาคล้ายอารมณ์ค่อยไม่ดี “เกรงจะทำให้คนกลัว”
เจียงเสวี่ยหนิงเจ็บแปลบในใจ
แต่จากนั้นเขากลับกล่าวเหมือนเมื่อครู่ไม่ได้พูดอะไร