้อนตามองเขาเย็นชากว่าเดิมหลายส่วน ตอบไปว่า “องค์หญิงทรงดีต่อข้ามากเจ้าค่ะ”
ภาพจำของนางต่อเสิ่นจื่ออีชาติที่แล้วไม่นับว่าดี
ทว่าชาตินี้ เพียงนางแต้มผงดอกอิงเถาให้กลีบหนึ่งและกล่าวคำ ประจบอย่างโจ่งแจ้งประโยคเดียวที่งานเลี้ยงเทศกาลฉงหยางในจวนชิงหย่วนปั๋อ กลับได้รับการปฏิบัติอย่างจริงใจจากอีกฝั่าย
ยามร่ำเรียนในตำหนักเฟิงเฉิน องค์หญิงคือที่พึ่งพิงของนาง
รู้ทั้งรู้ว่านางนิสัยไม่ดี แต่หลังจากชื่นชอบและเชื่อใจเข้าก็ยอมโอนอ่อนและปกปั้อง ต่อให้คนรอบข้างว่าร้ายนางอย่างไร ตั้งแต่ต้นจนจบเสิ่นจื่ออี กลับไม่เคยเคลือบแคลง แรกเริ่มปฏิบัติต่อนางเช่นไร ภายหลังก็ปฏิบัติต่อ นางเช่นนั้น
ทว่าคนแสนดีเช่นนี้จำต้องละทิ้งบ้านเกิด เดินทางไกลไปอภิเษกสมรสเชื่อมสัมพันธไมตรีที่ต๋าต๋า ต้องยอมรับชะตาอันไม่อาจล่วงรู้โดยทำอะไร มิได้ เพียงเพราะมีฐานะเป็นองค์หญิงในพระราชวังอันซับซ้อนรวนเร…
เจียงเสวี่ยหนิงไม่อาจลืมงานฉลองวันเกิดที่เสิ่นจื่ออีผู้แทบจะถูก กักบริเวณอยู่แล้วจัดให้ตนในตำหนักหมิงเฟิงสองปีก่อนได้ รวมทั้งบะหมี่อายุยืนชามนั้นที่ให้ข้ารับใช้ในวังลอบนำมาส่งกลางดึก…
จำได้แค่ว่านางร้องไห้หนักมาก
น้ำแกงบะหมี่เต็มไปด้วยรสเค็มฝาดจากหยดน้ำตา ท้ายที่สุดก็ไม่อร่อยเอาเสียเลย จนไม่มีอะไรน่าจดจำนัก
เจียงเสวี่ยหนิงกะพริบตาตอบช้า ๆ “คนเช่นองค์หญิง เซียนเซิงไม่อาจเป็นได้ ข้าเองก็ไม่อาจเป็น”นางกล่าวคำนี้อย่างจริงจัง
ทว่าเซี่ยเ