าคันที่ผ้าม่านสั่นไหวอยู่กลางขบวนชัด ๆ สักที…
“องค์หญิง!”
นางใจเต้นระรัว ยกชายกระโปรงหมุนกายวิ่งออกจากข้างกายเซี่ยเวยปานนกกระพือปีก ปรี่ลงไปตามขั้นบันไดสูงชันบนหอสังเกตการณ์โดยไม่แม้แต่จะคิด
เซี่ยเวยเอื้อมคว้าตามสัญชาตญาณ ทว่าสัมผัสโดนแค่ชายเสื้อ
แขนเสื้อปักลายลื่นไหลดั่งสายลม ทิ้งความเย็นเล็กน้อยไว้ที่ปลายนิ้ว
ยามเคลื่อนสายตาขึ้นอีกครั้ง นางก็ไปอยู่ด้านล่างหอสังเกตการณ์แล้ว
เจียงเสวี่ยหนิงคล้ายไม่รับรู้ถึงลมเย็นที่ปะทะกรีดใบหน้า แหวกตัวฝั่า ทหารมากมายซึ่งยืนรออยู่เนิ่นนานด้านล่างหอสังเกตการณ์
ผู้คนโดยรอบมองนางด้วยสายตาตื่นตะลึง
ทว่านางยังคงพุ่งกายออกจากประตูเมืองซึ่งอ้ากว้าง มุ่งไปยังขบวนที่ค่อย ๆ เคลื่อนมาทางด่านเยี่ยนเหมิน ตะโกนไปทางรถม้าคันที่พิเศษสุดในขบวน “องค์หญิง…”
ดวงใจอันเงียบเหงาของเสิ่นจื่ออีพลันสะท้าน
กระแสเสียงแฝงความคุ้นเคยลอยสวนกระแสลมมาแว่ว ๆ
นางผุดลุกแหวกม่านรถม้าที่ทิ้งชายลงด้านหน้าทันที!
สตรีผู้ตอนแรกยกมือแต่งแต้มขีดบนแก้มให้คนนั้น สตรีผู้ถือดีว่ามีนางเป็นที่พึ่งแล้วทำตามใจตัวเองที่เรือนหยางจื่อคนนั้น สตรีผู้ดึงแขนเสื้อนาง ในอุทยานหลวงแล้วบอกจะพาหนีคนนั้นกำลังวิ่งออกจากหอสังเกตการณ์ด้านในประตูเมืองซึ่งถูกลมทรายกัดกร่อนเป็นเวลานาน นำพาความรู้สึก มีชีวิตชีวาอันร้อนแรงที่ห่างหายไปพักใหญ่ทะยานสู่สายตา…
นางสงสัยว่าตนกำลังฝัน
ความเปียกชื้นอุ่น ๆ ล้นทะลักจากดวงตาทันที