าก่อนเช่นนี้ค่อนข้างแปลกประหลาด นับว่าผิดสามัญ ตามความเห็นอันโง่เขลาของหม่อมฉัน ใช่ว่าจะปราศจากหนทางกู้สถานการณ์โดยสิ้นเชิง เรื่องเสบียงที่กองทัพจำเป็นต้องใช้ต่างหากถือเป็นเรื่องสำคัญ ที่สุดเพคะ”
เสิ่นหลางตรัสเสียงเย็นชา “เจ้ามีความเห็นหรือ”
เซียวซูหมอบแนบพื้น เผยท่าทีอ่อนน้อมเชื่อฟังโดยสมบูรณ์ทันใดแต่ถึงกระนั้นถ้อยคำกลับฉะฉานเป็นพิเศษ“หากไร้เสบียงย่อมไม่อาจใช้งานกองทัพใหญ่ ถ้าสืบทราบว่าเงินทองและเสบียงของโจรกบฏมาจาก ที่ใดแล้วตัดตอนมันเสีย ก็จะกลายเป็นแผนตัดไฟแต่ต้นลมได้เพคะ หม่อมฉันนึกถึงคนผู้หนึ่งที่น่าจะพอเข้าใจเรื่องนี้อยู่บ้าง”
บรรดาขุนนางมองนางอย่างตะลึง
แม้แต่เสิ่นหลางยังอดสะท้านไม่ได้ “ใคร”
เซียวซูช้อนตาตอบเสียงเฉียบขาด “รองผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพร โจวอิ๋นจือเพคะ!”
*****
นับแต่เยี่ยนหลินนำทัพใหญ่เข้าโจมตีต๋าต๋าเจียงเสวี่ยหนิงก็ไปเฝั้าดู นอกเมืองทุกวันโดยตลอด หลายวันที่ผ่านมาแม้จะได้ยินรายงานข่าวชัยชนะเป็นระยะ แต่กลับไม่มีข่าวคราวของเสิ่นจื่ออีเสียที นางจึงมักจะฝันเห็นโลงศพซึ่งถูกทหารคุ้มกันกลับมาเมื่อชาติที่แล้วจนสะดุ้งตื่นกลางดึกอยู่บ่อยครั้ง
การรอคอยอย่างทุกข์ทรมานเช่นนี้ ไม่ต่างอะไรกับอ้อนวอนให้ใบมีดเครื่องประหารของโชคชะตาอย่าได้สับลงมา
ในชีวิตใหม่นางทั้งได้ช่วยเหลือโหยวฟางอิ๋นเปลี่ยนชะตากรรมของ เยี่ยนหลิน ถึงขั้นแก้พรหมลิขิตตนเสียด้วยซ้ำ แล้วไฉนตอนนี้จะไม่อาจช่วยเหลื