่ด้านนอก
พระสุรเสียงเคืองขุ่นของเสิ่นหลางฟังกราดเกรี้ยวดั่งเสียงอสุนีบาต ดังออกมาจากตำหนักมืดสลัว “ท้องพระคลังไม่ถูกแตะต้อง กรมคลังก็ไร้ความเคลื่อนไหว สิ่งสำคัญนับแต่โบราณยามกองทัพออกรบอยู่ที่กองกำลังกับ เสบียง! ต่อให้เขามีใจใฝั่สูงและคิดจะกุมอำนาจทหารไว้ในมือแต่ทำศึก ครั้งใดล้วนต้องพึ่งพลังของแว่นแคว้นชั่วเวลาแค่สั้น ๆ จะไปรวมเงินกับ เสบียงจากไหนมากพอจะนำมาใช้โจมตีต๋าต๋า?! หรือคนของกรมคลังสิ้นใจ กันหมดแล้ว เขาถึงปกปิดเรื่องราวทุกอย่างภายใต้สายตาของเราได้?!”
เหล่าขุนนางเพิ่งได้ยินข่าวเรื่องด่านชายแดนแข็งข้อเป็นครั้งแรก ยังไม่ทันจัดระเบียบความคิดเลยด้วยซ้ำ
เดิมทีทุกคนรู้สึกว่าเมื่อเซี่ยเวยไปแล้ว ทุกอย่างย่อมเป็นไปอย่าง เหมาะสมตามครรลอง
ใครจะคิดเล่าว่า กระทั่งพระอาจารย์ของฮ่องเต้ท่านนี้ก็ยังมีโอกาส เป็นกำลังให้คนถ่อย ไม่แน่อาจเป็นตัวการเบื้องหลังตัวจริงเสียด้วยซ้ำ!
ยามนี้เมื่อได้ยินคำถามจากฮ่องเต้ พวกเขามีหรือจะกล้าเปล่งเสียง
นอกตำหนักใหญ่เงียบสงัดในพริบตา
เสิ่นหลางยิ่งทอดพระเนตรก็ยิ่งกริ้ว แทบจะอยากสั่งให้ลากกลุ่มคนไร้ประโยชน์พวกนี้ออกไปประหารให้หมด!
เซียวซูเปลี่ยนมาสวมชุดชาววังแล้วนางยืนดูเงียบ ๆ จากด้านข้างอยู่นาน เมื่อเห็นเหล่าขุนนางพร้อมใจ กันไม่ปริปาก ดวงตาก็ฉายแสงเย็นเยียบ ขบคิดครู่หนึ่งจึงเอ่ยเสียงเบา“ฝั่าบาท การที่โจรกบฏตระกูลเยี่ยนเริ่มแข็งข้อที่ด่านชายแดน ทว่าไป โจมตีต๋าต๋