กร
ไม่นานวังหลวงก็มีคำสั่งเรียกตัวด่วนถึงจวนขุนนางใหญ่ทั้งหลาย
เมืองหลวงในคืนเงียบสงัดเกิดเสียงดังเซ็งแซ่ไปชั่วขณะ เหล่าตระกูลใหญ่ผู้มั่งคั่งและจวนกงโหวปั๋อต่างสว่างไสวด้วยแสงไฟ เกี้ยวทางการและ รถม้าจากทุกสารทิศแห่กันไปยังวังหลวง
เสิ่นหลางถึงกับไม่เชื่อพระกรรณ “เยี่ยนหลินแข็งข้อ แล้วเซี่ยเซียนเซิงเล่าอยู่ที่ใด”
ผู้ส่งสารตัวสั่นเทา “ได้ยินว่าตอนเซี่ยเซียนเซิงไปถึงซินโจว โจรกบฏ นั่นก็ปลอมแปลงพระราชโองการเข้ากุมอำนาจทหารแล้ว ทั้งยังส่งคนไป คุมตัวท่านรองราชครูอย่างแน่นหนาด้วยพ่ะย่ะค่ะ เพียง…เพียงแต่…”
แววดุร้ายฉายบนพระพักตร์เสิ่นหลาง“เพียงแต่อะไร”
ผู้ส่งสารโขกศีรษะโดยแรงทันที “เพียงแต่ตามท้องถนนเล่าลือกันว่า รองราชครูเซี่ยมีใจไม่ซื่อ หลังไปถึงซินโจวกลับช่วยโจรกบฏจัดระเบียบการงานในกองทัพให้ใหม่และคิดจะแข็งข้อเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ!”
“เหลวไหล!”
เสิ่นหลางเสวยผงห้าศิลามาเกือบสองปี ฤทธิ์ยาเมื่อครู่กำลังออกฤทธิ์เป็นช่วงกำลังพลุ่งพล่านได้ที่พอดี ครั้นได้ยินก็โลหิตฉีดพุ่งสู่สมอง ดวงเนตรแดงก่ำ คว้าแท่นฝนหมึกบนโต๊ะแล้วทุบใส่ในบัดดล!
แท่นฝนหมึกชั้นเลิศจากตวนโจวหนักเป็นอย่างยิ่ง
ผู้ส่งสารถูกทุบหน้าผากจนเลือดทะลัก เจ็บแทบสิ้นสติแต่แค่จะเช็ด เลือดยังไม่กล้า คุกเข่าร้องขอความเมตตาไม่หยุด
ขุนนางราชสำนักจำนวนไม่น้อยรุดมาเพราะถูกเรียกตัวด่วน เมื่อเห็นภาพเช่นนี้ก็ไม่กล้าย่างเท้าเข้าตำหนัก
แต่ละคนล้วนคุกเข่าอยู