นจะยุ่งกับตัวปัญหาเละเทะพวกนี้แล้ว”
เป็นเสียงของเจียงเสวี่ยหนิงกับโหยวฟางอิ๋น
หลี่ว์เสี่ยนได้ยินถ้อยคำที่กล่าวถึงตนก็ไม่สบอารมณ์ เดิมทีเขาควรอยู่ ในที่ลับ รอทั้งสองคุยเสร็จค่อยเดินออกไป ทุกคนจะได้ไม่กระอักกระอ่วน ทว่าโทสะกลับพวยพุ่งอย่างไร้สาเหตุพานให้ไม่ยินยอม
เขาจึงเดินขึ้นหน้าสองก้าว
เจียงเสวี่ยหนิงหันหลังให้เขา ส่วนโหยวฟางอิ๋นหันหน้ามาทางนี้จึง สังเกตเห็นทันที
หลี่ว์เสี่ยนเอ่ย “คุณหนูรองหนิงพูดได้ถูกต้องนัก สมควรให้ข้าทำงานถวายหัวจริง ๆ”ตอนนี้เจียงเสวี่ยหนิงถึงเพิ่งสังเกตพบ
ทว่านางไม่รู้สึกว่าคำพูดตนมีอะไรน่าละอายครั้นเห็นหลี่ว์เสี่ยนก็นึก ถึงเรื่องบางอย่างเมื่อกลางวันขึ้นมา จึงยังไม่สนใจเขาแล้วพูดกับโหยวฟางอิ๋น “เจ้ากลับห้องไปก่อน ข้ามีเรื่องจะคุยกับเถ้าแก่หลี่ว์สักหน่อย”
ดวงตาของโหยวฟางอิ๋นเบือนมองหลี่ว์เสี่ยนท่าทางลังเล ทว่าสุดท้าย ก็เชื่อฟังเจียงเสวี่ยหนิงพยักหน้าแล้วหมุนกายจากไป
บทที่ 210 กระโดดลงไป (2)จึงเหลือแค่เจียงเสวี่ยหนิงที่กำลังมองพิจารณาหลี่ว์เสี่ยน
หลี่ว์เสี่ยนถอนสายตาจากร่างที่ลาลับของโหยวฟางอิ๋นแล้วยิ้มให้ เจียงเสวี่ยหนิง “คุณหนูรองมีอะไรจะชี้แนะอย่างนั้นหรือ”
“ไม่กล้าชี้แนะหรอก”
เจียงเสวี่ยหนิงเองก็เผยสีหน้ายิ้มแย้ม เดินวนรอบ ๆ เขาด้วยท่าที สนอกสนใจสองรอบครึ่งมองไปก็ส่ายหัวไป ในความหยอกเย้าแฝงแววเยาะเย้ยอย่างสุขสันต์ในความทุกข์ของผู้อื่น
“นับแต่โบราณพ่อค้าหน้า