นึ่งให้พุทราหวานทีหนึ่ง[4] ไฉนยังมาหาเรื่องข้าอีก
นางแกล้งฟังไม่เข้าใจ
ตอบด้วยท่าทางเหมือนงุนงงว่า “ใครให้เซียนเซิงทำอาหารอร่อยล่ะ เจ้าคะ อร่อยเกินไปจริง ๆต่อให้อยากจำเรื่องโดนตีก็จำไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ”
เซี่ยเวยเห็นรอยยิ้มเสแสร้งของนางก็หงุดหงิดหมุนจอกสุราในมือแล้วเลิกคิ้ว “อ้อ?”
เจียงเสวี่ยหนิงกำหมัด “พร้อมบุกน้ำลุยไฟเพื่อเซียนเซิงเลยเจ้าค่ะ”เซี่ยเวยหัวเราะเยาะ “เกรงว่าไม่ใช่เพื่อเซียนเซิงแต่เพื่อของกิน กระมัง”
เจียงเสวี่ยหนิงกลอกตาคล้ายจิ้งจอกน้อย หรี่ตายิ้มเขิน ๆ “ใต้หล้า หากมีเพียงเซียนเซิงที่ทำได้เลิศรสขนาดนี้ เช่นนั้นไม่ว่าจะเพื่อเซียนเซิงหรือเพื่อของกินก็ไม่ต่างกันมิใช่หรือเจ้าคะ”
เซี่ยเวยจ้องนางไม่เปล่งวาจาอยู่นาน
เจียงเสวี่ยหนิงเริ่มรู้สึกเหงื่อซึมฝั่ามือ ต่อให้เตือนตัวเองว่าต้องสุขุม ทว่าสีหน้าแววตาก็ยังเผยความกังวลอยู่บ้าง
เซี่ยเวยมองนางเนิ่นนานกว่าจะถอนสายตาเมื่อเห็นจอกสุราในมือตนก็พลันเอ่ย “เจ้าว่าเจ้ากับจางเจอชอบพอกัน แล้วเหตุใดถึงไม่ได้อยู่ร่วมกันเล่า”
รูม่านตาเจียงเสวี่ยหนิงหดรั้งในบัดดล
เรื่องในอดีตเกี่ยวกับจางเจอคือรอยแผลเป็นบนร่าง วาจาของเซี่ยเวยจึงเป็นดุจมีดที่แหวกแผลอย่างไร้ปรานี!
เขาตั้งใจ
ถึงขั้นมีเจตนาร้ายแววตานางเย็นเยียบขณะกล่าว “คนรักกันไม่จำเป็นต้องอยู่ร่วมกัน เสมอไปนี่เจ้าคะ เรื่องทางโลกยากจะคาดเดาได้ ต่อให้เครื่องเคลือบขาวมีรอยแตกยากจะประสานแล้วมันเกี่ยว