ยียดแผ่นหลังตรงเหลือบ มองเยี่ยนหลินโดยไม่เจตนา เมื่อขบคิดถึงความสัมพันธ์ของทั้งสองก็รู้สึกว่าตนอย่าไปยุ่งดีกว่า “ไม่ละเจ้าค่ะ ข้าฟังรู้เรื่องที่ไหนกัน ให้เยี่ยนหลินหาคนมานำทางไปพักผ่อนก็พอแล้ว”
ครั้นพวกคนด้านข้างได้ยินคำว่า ‘เยี่ยนหลิน’เหงื่อเย็นก็ผุดพราย
ทว่านางไม่สังเกต
เยี่ยนหลินเองก็ไม่ถือสาสักนิด เรียกพ่อบ้านชราในจวนพาเจียง เสวี่ยหนิงไปยังห้องพักแขกเซี่ยเวยโบกมือไปทางเจี้ยนซู กล่าวว่า “เจ้าตามไปด้วย”
เจี้ยนซูโน้มศีรษะรับคำ “ขอรับ”
เขาผละจากข้างกายเซี่ยเวยย้ายไปอยู่ข้าง ๆเจียงเสวี่ยหนิงทันที
เป็นเหตุให้เจียงเสวี่ยหนิงจับต้นชนปลายไม่ถูกเล็กน้อย
ทว่าพอครุ่นคิดดู แม้จะบอกว่าเยี่ยนหลินคุมอำนาจทางการทหารไว้แล้ว แต่ถึงอย่างไรก็มีเวลาน้อย ไม่มีใครทราบหรอกว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝันในเวลาเช่นนี้หรือไม่ ระวังตัวไว้ก่อนย่อมดีที่สุด ดังนั้นส่งคนให้ตามมาด้วย จึงถูกต้องแล้ว
นางหมุนกายตามพ่อบ้านไปโดยไม่ว่าอะไร
เยี่ยนหลินมองเจี้ยนซูที่ตามหลังนาง ไม่รู้เหตุใดพลันขมวดคิ้ว รู้สึกถึงความแปลกประหลาดราง ๆ อีกครั้ง
เขาเบนสายตาหาเซี่ยเวย
เซี่ยเวยกลับไร้ปฏิกิริยาใด กล่าวว่า “เราเองก็ไปกันเถอะ” แล้วเดิน ตามทางผ่านห้องโถงไปสู่โถงประชุมด่านชายแดนมีทหารประจำการหนึ่งแสนนายแค่นายทหารระดับสูง ที่มีชื่อเสียงก็นับสิบกว่ารายแล้ว ซ้ำยังต้องนับรวมข้าราชการท้องถิ่นในซินโจวเข้าไปด้วย ยามเซี่ยเวยไปพบจึงครึกครื้นเอาการ
เข