าสุขุมเยือกเย็น แต่คนเหล่านี้กลับกระวนกระวายกันไม่มากก็น้อย
อย่างไรเสียอีกไม่นานก็จะเข้าฤดูหนาว ที่ผ่านมาไม่เคยได้ยินว่ามีใครจงใจก่อศึกในฤดูหนาวมาก่อน แต่ละคนจึงกังวลไปต่าง ๆ นานา
เยี่ยนหลินมาถึงซินโจวเดือนก่อน
ควบอาชามาลำพัง
เวลานั้นเขาไม่มีคำสั่งใด ๆ ติดตัว อีกทั้งไม่มีพระราชโองการ กระทั่ง ว่าเป็น ‘ขุนนางมีความผิด’ ที่ออกจากแดนเนรเทศโดยพลการเสียด้วยซ้ำ เคราะห์ดีที่ด่านชายแดนมีคนรู้จักเขาไม่มาก จึงสบโอกาสทำความเข้าใจสถานการณ์ของที่นี่ได้พอดี
เดิมทีจวนหย่งอี้โหวเป็นผู้นำการรบทัพจับศึก
ในหมู่ทหารระดับสูงที่ด่านชายแดนจึงมีอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาของ เยี่ยนมู่ผู้เป็นบิดาเขาไม่น้อย
เดิมทีก็เป็นเรื่องดี
ทว่าหลังเกิดเรื่องกับจวนโหวก็มีคนมากมายติดหลังแห บ้างไม่อาจก้าวหน้าในกองทัพ บ้างถูกปลดถูกลดขั้น ผู้คุมกองทัพหนึ่งแสนนายที่ ซินโจวย่อมเป็นคนของตระกูลเซียว
ด้วยเหตุนี้ เยี่ยนหลินจึงกระทำการเรื่องหนึ่งตั้งแต่วันแรกที่กุมอำนาจเพื่อให้วันหน้าสั่งการได้อิสระ
“ประหารไปแล้ว?”
เจียงเสวี่ยหนิงเดินตามพ่อบ้านไปทางห้องพักแขก ระหว่างทางก็สอบถามเหตุการณ์ของเมืองชายแดนไปด้วย ทว่าพอได้ยินเรื่องที่เยี่ยนหลินไม่ได้เล่าระหว่างอยู่บนถนนก็ตะลึงงัน
“ประหารแม่ทัพก่อนออกศึก…”
พ่อบ้านชราอายุมากแล้ว ช่วงเอวกับแผ่นหลังโก่งงอ กล่าวเสียงทุ้มดังโดยไร้ความเห็นใจต่อวิญญาณดวงกุดที่ศีรษะหลุดจากบ่าตนนั้นโดยสิ้นเชิง “แม่ทัพเยี