่ยนเพิ่งมาถึงซินโจวก็ทำเรื่องดีงามครั้งใหญ่แก่ราษฎรเลยมิใช่หรือขอรับ หลายปีมานี้ด่านชายแดนไร้ศึกสงคราม ทว่าต้องเลี้ยงดูตัวไร้ ประโยชน์ที่คอยแต่เกาะร่างสูบเลือดประชาชนคนธรรมดามาตั้งเท่าไหร่ไม่รู้ ฆ่าทิ้งเสียก็ดี สมน้ำหน้า!”
เจียงเสวี่ยหนิงพลันเงียบเสียง
ทว่าพ่อบ้านชรายังคงพล่ามไม่หยุด “เห็น ๆกันอยู่ว่าอีกไม่นานพวกต๋าต๋าจะยกทัพมา แต่ไอ้พวกนั่งกินนอนกินยังคิดจะหนีศึก วันก่อนเป็นองค์หญิงใหญ่เล่อหยางที่ไปอภิเษกสมรสเชื่อมสัมพันธไมตรี วันพรุ่งไอ้พวกสารเลวนั่นอาจมาลักตัวสตรีในเมืองไปก็ได้! แม่ทัพที่ไม่อยากทำศึกคือแม่ทัพที่ดี แต่แม่ทัพที่ไม่กล้าทำศึกก็ต้องลากไปฟันทิ้งเช่นนี้แหละ ท่าน มาถึงก็สายไปหน่อยหากมาเร็วกว่านี้ไม่กี่วันคงทันได้เห็นเลือดที่ไหลนอง บนแท่นบัญชาการนอกเมืองซึ่งยังไม่แห้งน่าดูชมทีเดียว”
เจี้ยนซูลอบมองเจียงเสวี่ยหนิงส่วนเจียงเสวี่ยหนิงคล้ายกำลังครุ่นคิด
พ่อบ้านชรามาถึงหน้าห้องพักแขก พูดมาตั้งนานถึงเพิ่งได้สติ รีบ ค้อมกายเอ่ยว่า “ดูข้าสิ ยิ่งแก่ก็ยิ่งพูดเยอะตามไปด้วย ไม่คำนึงกระทั่งว่าสมควรเอ่ยต่อหน้าท่านผู้สูงศักดิ์หรือเปล่า โปรดอย่าถือสาเลยนะขอรับ”
เจียงเสวี่ยหนิงแค่ประหลาดใจเล็กน้อยเท่านั้นเอง
อันที่จริงก็ไม่ควรค่าให้ตกใจขนาดนั้น
หากคิดจะมีที่ยืนมั่นคงและกุมอำนาจทหารอย่างแท้จริงในที่เช่นนี้ การสังหารอย่างเด็ดขาดย่อมเป็นวิธีที่ขาดไม่ได้ มีแต่ต้องเชือดไก่ให้ลิงดูคน ที่เหลือจึ