งเกิดใจยำเกรงและเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชาเก่าของจวนโหวยอมรับจากใจได้
นางเพียงเสียดายหนุ่มน้อยในกาลก่อนอยู่บ้าง…
ขี่อาชามาสถานที่เช่นนี้ลำพัง ต้องวางแผนต่าง ๆ นานาขณะไร้ที่ พึ่งพิง ระหว่างนั้นไม่รู้ประสบอันตรายมากขนาดไหน แต่ยามพบนางกลับ ไม่เอ่ยถึงสักประโยคราวกับทุกอย่างราบรื่นสมใจปอง
เจียงเสวี่ยหนิงกล่าวขอบคุณพ่อบ้านชราแล้วเข้าห้อง พบว่าตกแต่ง อย่างงดงามพิถีพิถันเตรียมไว้แล้ว ไม่ได้ดูหยาบแบบที่เห็นภายนอกบน กล่องเครื่องประทินโฉมถึงกับมีชาดที่ซื้อมาใหม่วางอยู่
นางอดยิ้มไม่ได้
หันไปบอกเจี้ยนซูว่า “ข้าจะอยู่ในห้องไม่ออกไปไหน กลับไปอยู่กับ เซียนเซิงเจ้าก่อนเถอะหากมีคำสั่งอะไรจะได้จัดการสะดวก”
เจี้ยนซูลังเลครู่หนึ่ง อาจรู้สึกเช่นกันว่าสภาพแวดล้อมอันไม่คุ้นเคย อย่างซินโจวน่าเป็นกังวล ค้อมกายคารวะนางทีหนึ่งก็ขอตัวลาโดยไม่เอ่ย อะไรให้มากความแล้วย้อนกลับไปยังโถงประชุมเมื่อเซี่ยเวยมาถึงย่อมต้องทำความเข้าใจสถานการณ์ในเมืองก่อนเป็นอันดับแรก
สิ่งที่ทหารระดับสูงพะวงมากที่สุดย่อมเป็นเรื่องเสบียง
แม้ราชสำนักจะส่งเซี่ยเวยมาโดยอ้างว่าให้ควบคุมทัพ แต่แท้จริงแล้วเพื่อปั้องกันไม่ให้ด่านชายแดนก่อกบฏ ย่อมไม่เตรียมเสบียงอะไรมาทั้งนั้น เรียกได้ว่าไม่ได้กล่าวถึงเลย ทว่าเซี่ยเวยและเยี่ยนหลินต่างมีแผนอื่น ต๋าต๋าย่อมต้องรบขณะเดียวกันเสิ่นจื่ออีก็ต้องช่วย ตอนตอบคำถามเกี่ยวกับ เสบียงนั้นปราศจากท่าทีลนลาน แค่กล่าวว่าเ