ง ๆ และใต้อาณัติก็ยิ่งมีโหยวฟางอิ๋นผู้มั่งคั่งเทียมทัดแว่นแคว้นในชาติที่แล้ว หากอยู่ทางใต้ก็คงได้พบเว่ยเหลียงด้วยเป็นแน่…
มีคนมากมายขนาดนั้นที่โชคชะตาเปลี่ยนไปเพราะนางเช่นนั้นแล้ว ที่เยี่ยนซื่อจื่อเริ่มเคลื่อนไหวผิดปกติเร็วกว่าชาติก่อนจึง ไม่น่าแปลก
ทว่าเรื่องนี้อยู่เหนือความคาดหมายของเสิ่นหลางไปมาก
ฮ่องเต้ประทับเหนือบัลลังก์ หน้าผากและขมับเต้นตุบ ๆ รู้สึกว่าโลหิตสูบฉีดพุ่งขึ้นสมองจึงยกมือกดอย่างเนิบช้าแล้วกัดฟันถาม “แค่มันคนเดียวหรือที่ออกจากหวงโจวโดยพลการ แล้วคนอื่น ๆ ในตระกูลเยี่ยนเล่า?!”
หวังซินอี้คุกเข่ากับพื้น “หลังจากพบว่าเยี่ยนหลินออกจากหวงโจว แล้ว เจ้าพนักงานในท้องที่ก็ออกค้นหาทันที แต่…แต่ว่า…”เสิ่นหลางพลันตบโต๊ะ ตรัสเสียงเข้ม “พูดมา!”
เสียง ‘ปัง’ ดังก้อง ทั้งหมึกและพู่กันสะเทือนไหว
หวังซินอี้ลงไปหมอบทั้งตัว หน้าผากแนบพื้นเรียบลื่นเย็นเฉียบ น้ำเสียงหวาดผวา “กราบทูลฝั่าบาท ไม่พบตัวพ่ะย่ะค่ะ! ไม่พบคนตระกูลเยี่ยนเลย หนีกันไปหมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
“เหลวไหล!”
พระพักตร์เสิ่นหลางแทบจะบิดเบี้ยว ข้าวของบนโต๊ะหวิดถูกกวาด ลงพื้นเกลี้ยง ไม่ว่าจะหนังสือฎีกา พู่กัน หรือแท่งหมึกต่างกระจัดกระจาย
“ตระกูลเยี่ยนมีคนเป็นร้อย เยี่ยนหลินคนเดียวหนีไปไม่นับว่าแปลก แต่คนทั้งบนทั้งล่างในตระกูลจะหายไปโดยไร้ร่องรอยได้อย่างไร?! พวกมันเอาปัญญาจากไหนมาหลบหลีกหูตามากมายของเรากับด่านตรวจชั้นแล้ว ชั้นเล่าในแต