จะร่วมมือ กันทำให้เรารำคาญใจเป็นแน่แท้!”
ทุกคนเงียบสนิท
เสิ่นหลางหงุดหงิดพระทัยเป็นล้นพ้น ทรงลุกขึ้นค่อย ๆ ย่างพระบาทกวาดสายพระเนตรมองด้านล่าง เมื่อไม่เห็นเซี่ยเวยจึงตรัสขึ้น “รองราชครูเซี่ยที่กลับบ้านเกิดไปไหว้บรรพบุรุษยังไม่กลับมาอีกหรือ”
หวังซินอี้รู้สึกว่าดวงซวยเหลือเกิน ไม่รู้เหตุใดถึงมีแต่ข่าวร้ายเยอะแยะทุกวี่วัน ซ้ำตนยังต้องเป็นผู้มาเอ่ยปากทวนความจำให้อีก เขาแนบศีรษะ กับพื้น เอ่ยโดยไม่กล้าเงยหน้าแม้แต่น้อย“กราบทูลฝั่าบาท พระองค์ทรง ลืมแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ มณฑลซานตงเคยส่งข่าวด่วนมาว่าท่านรองราชครูถูกลอบสังหารระหว่างเดินทางกลับเมืองหลวง ทว่าเมื่อวานมีข่าวคราวมาว่า ช่วยไว้ได้แล้ว ขณะนี้กำลังรักษาตัวอยู่จี่หนาน อีกไม่นานน่าจะเดินทางกลับเมืองหลวงพ่ะย่ะค่ะ”
เสิ่นหลางขมวดพระขนง “สืบได้หรือยังว่าผู้ใดลอบโจมตี”
ผู้บัญชาการศาลต้าหลี่คุกเข่าก้มหน้าไม่กล้าพูดจา
กู้ชุนฟางมองเขาแวบหนึ่ง ตอบให้แทนว่า“กราบทูลฝั่าบาท เนื่อง ด้วยเรื่องเกิดกะทันหันกรมอาญากับศาลต้าหลี่จึงเพิ่งส่งคนไปตรวจสอบคงได้เรื่องได้ราวในอีกไม่กี่วันพ่ะย่ะค่ะ ขุนนางเฒ่าผู้นี้มองว่าในเมื่อท่านรองราชครูเป็นขุนนางราชสำนัก ฉะนั้นผู้ที่กล้าลอบสังหารระหว่างทางกลับ เมืองหลวง หากไม่ต้องการก่อความโกลาหลก็ต้องมีใจก่อกบฏ เกรงว่าจะ เกี่ยวพันกับพวกโจรนิกายสวรรค์กลุ่มนั้นพ่ะย่ะค่ะ”
ใช่แล้ว
นอกจากนิกายสวรรค์แล้ว ยังมีใครหาญกล้าลอบสังหารเซี่ย