ัวเด็ด ตีนขาดก็ไม่กล้าไปเยี่ยมเยียนอีกเลย
ทว่าบัดนี้สายตาสบประสานจัง ๆ จะแสร้งไม่เห็นก็คงไม่ได้
นางรวบรวมความกล้า ยกมือทักทายจากไกลๆ
เซี่ยเวยมองนางอยู่สักพัก คล้ายกำลังพิจารณาบางอย่าง ทว่าสุดท้าย ก็ยิ้มโดยไม่กล่าวอันใดและไม่มีท่าทีจะเข้ามาหา แต่มุ่งหน้าต่อไปตาม ระเบียงทางเดิน ออกจากห้องมาก็ตรงไปทางทิศใต้
นั่นมิใช่ทางไปประตูใหญ่หรอกหรือ
แม้หลายวันมานี้เจียงเสวี่ยหนิงไม่ได้ออกไปข้างนอกเลย ทว่าลาน เรือนเล็กแค่นี้ เพียงเดินเล่นยามปกติก็รู้เส้นทางจนทะลุปรุโปร่งตระหนัก ได้ทันทีว่าห้องครัวอยู่ทางทิศใต้
นางพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
ประโยค “ไว้วันหน้าจะทำให้ชิมจนเจ้ายอมรับ” ที่เซี่ยเวยเอ่ยวันนั้นพลันผุดในสมอง
คนผู้นี้คงไม่ได้จะเอาจริงหรอกนะ
เจียงเสวี่ยหนิงกระวนกระวาย เมื่อเห็นร่างเซี่ยเวยหายไปจากระเบียงทางเดินจึงเกิดประหม่าด้วยเหตุผลบางอย่าง ปิดหน้าต่างทันใดเพราะกลัว ว่าตนจะไปเห็นในสิ่งที่ไม่ควรเห็นเข้าแต่ผ่านไปแล้วหนึ่งเค่อ ผ่านไปแล้ว สองเค่อ…
นางนั่งอยู่ในห้อง รู้สึกไม่สบายใจมากเข้าก็อดไม่ไหว ต้องแง้มหน้าต่างแอบมองลอดเป็นครั้งคราว
ไม่รู้ว่าผ่านไปเกินครึ่งชั่วยามแล้วหรือยัง
เจียงเสวี่ยหนิงจึงคิดว่าเซี่ยเวยน่าจะแค่อำเล่น ถึงอย่างไรวิญูชนก็ อยู่ไกลห่างห้องครัวอีกทั้งเซี่ยเวยเองเป็นกึ่งนักปราชญ์ คงไม่ถือสานาง ขนาดนั้นกระมัง
ทว่าชั่วขณะที่ความคิดวาบผ่าน บานหน้าต่างก็พลันสะเทือนเล็กน้อย
คนผู้หนึ่งยืน