อยู่ด้านนอก กำลังใช้ข้อนิ้วเคาะเบา ๆ “เปิดหน้าต่าง”
เป็นเสียงของเซี่ยเวย!
เจียงเสวี่ยหนิงขนลุกชัน ร่างกายซึ่งนั่งใต้บานหน้าต่างแข็งเกร็งใน บัดดล เงยศีรษะมองกระดาษกรุหน้าต่างสีขาวแล้วพอจะเห็นเงาสูงชะลูด ทอดยาวบนนั้นได้ราง ๆ
นางใช้ความคิดอย่างฉับไว นิ่งเงียบไม่ส่งเสียงหมายจะทำเป็นไม่อยู่ เสียเลยถึงอย่างไรเมื่อครู่ก็เพิ่งเจอกัน หรือเขาจะไม่พอใจที่นางออกไปเดินเล่นไม่ยอมอยู่ในห้อง
น่าเสียดายที่เซี่ยเวยไม่ถูกหลอกง่าย ๆน้ำเสียงที่ลอดผ่านกระดาษกรุหน้าต่างครั้งนี้คล้ายกับเจือขบขัน “เกิดปีเต่าตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”
อีกฝั่ายมองแผนการนางออกแต่แรก
เจียงเสวี่ยหนิงเสแสร้งต่อไปไหวแล้ว ผลักบานหน้าต่างเปิดอย่างหมดกำลังใจ เห็นเซี่ยเวยยืนอยู่ข้างนอกดังคาด เพียงแต่แขนเสื้อข้างหนึ่งม้วน ขึ้นมาหนึ่งช่วง ส่วนอีกมือถือจานขนมถั่วตัดเคลือบน้ำตาลหน้าตาน่า รับประทาน
กลิ่นหอมหวานละมุนคลุกเคล้ากับกลิ่นเฉพาะตัวของถั่วลิสงคั่วสุกโชยเข้ามาตามสายลมอันเบาบาง
เจียงเสวี่ยหนิงที่อยู่หลังหน้าต่างเหลือบมองขนมถั่วตัด แล้วรีบ เบนสายตากลับมามองเซี่ยเวย ปันยิ้มและเอ่ยทักก่อนอย่างไม่เคอะเขินว่า“เซี่ยเซียนเซิง”
เซี่ยเวยวางขนมถั่วตัดไว้บนขอบหน้าต่าง
เจียงเสวี่ยหนิงโดนอุบายลึกล้ำของคนผู้นี้สั่งสอนมาแล้ว จึงลอบเตือนตัวเองให้ระมัดระวังกว่าเดิมแต่เนิ่น ๆ นางรีบเอ่ยว่า “เซียนเซิงช่างมีเมตตานัก ทว่าศิษย์เป็นคนไม่เอาถ่าน จะกล้ารับไว้ได้