อย่างไรเล่าเจ้าคะ ที่ผ่านมา มีแต่ศิษย์มอบของขวัญแด่เซียนเซิง ฉะนั้นขอเซียนเซิงเก็บน้ำใจกลับไป เถอะเจ้าค่ะ”
ดวงตาดั่งน้ำลึกของเซี่ยเวยจับจ้องนางนิ่งแล้วเอ่ยเสียงเรียบไร้แวว หยอกล้อ “กระทั่งความอยากอาหารยังต้องอดกลั้น เอาแต่ระแวดระวังไปเสียทุกเรื่อง เจ้าใช้ชีวิตเช่นนี้จะไปมีความสุขกว่าข้าได้สักเท่าใดเชียว”
เจียงเสวี่ยหนิงตะลึงงัน
เซี่ยเวยกล่าวจบก็ไม่แยแสว่านางมีท่าทีเช่นไรหมุนกายเอามือไพล่หลังเดินไปตามระเบียงทางเดินโดยไม่รอคำตอบเนิ่นนานกว่าเจียงเสวี่ยหนิงจะตั้งสติได้ ก้มหน้าลงมองใหม่อีกครั้ง
ขนมถั่วตัดจานนั้นวางนิ่งบนขอบหน้าต่าง
ลางสังหรณ์บอกนางว่าคำพูดนี้ก็เป็นแค่หนึ่งใน ‘ลูกไม้’ ของเซี่ยเวย ทว่าหัวสมองกลับหมุนตลบไปชั่วขณะ ไพล่รู้สึกว่าคำพูดเขาถูกต้องทุกประการเสียอย่างนั้น นางรู้สึกราวได้พบทางสว่างถึงขั้นคล้อยตามอย่างไรพิกล
นางตัดสินใจไม่ได้ไปชั่วครู่เนื่องจากเห็นด้วยกับคำพูดของเซี่ยเวย เหลือเกิน หรืออาจเพราะกลิ่นที่กำจายจากขนมถั่วตัดตรงหน้าเย้ายวนเกินต้านทานกระมัง หลังจากฝืนแล้วฝืนอีกท้ายที่สุดนางก็ยังยื่นมือเล็ก ๆ อันชั่วร้ายของตนออกไปอย่างห้ามใจไม่อยู่…
ครั้นลองกัดก็พบว่าน้ำตาลเคลือบหวานกำลังดี ยามหุ้มถั่วลิสงคล้ายราดน้ำมันไว้หนึ่งชั้นแข็งตัวบนผิวดุจกระจกสีเหลืองเกรียมแต่ไม่ถึงกับไหม้ ตัวขนมเองก็ทั้งกรอบและร่วน หลังเคี้ยวละเอียดจะรวมเป็นเนื้อเดียวกับน้ำตาลรสชาติเหนือชั้นกว่าขนมหร