เลอะเลือนไปเองทั้งนั้น”
เขาพูดพลางผลักประตูเปิด
ครั้นทั้งสองเงยหน้าก็มองเห็นตั่งข้างเตียงในห้อง เจียงเสวี่ยหนิงปล่อยผมดำขลับยาวสยายผิวขาวดุจหิมะ คิ้วบางราวใบหลิวขมวดเข้าหากันจ้องพวกเขาที่เพิ่งเข้าประตูมาเขม็ง
เสียวเปั่าตะลึงค้าง
ผ่านไปพักหนึ่งเขาถึงรู้สึกตัว แววตาตกใจระคนดีใจ รีบก้าวเข้ามา “คุณหนูรองหนิง ท่านฟืนแล้วหรือขอรับ”
ด้านเจียงเสวี่ยหนิงได้ยินเสียงเด็กหนุ่มข้างนอกก็รู้สึกคุ้นเคย รอจน เห็นตัวจึงแยกแยะออกผู้เฒ่าเคราแพะนางไม่รู้จัก แต่นางพอจะจำ เด็กหนุ่มหน้าตาสดใสคนนี้ได้ราง ๆเสียวเปั่าซึ่งเจอเมื่อคราวเหตุการณ์ที่ทงโจวนั่นเอง
เหตุใดเขามาอยู่ที่นี่ได้
นางถามขึ้นว่า “ข้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”
เสียวเปั่ารีบดึงหมอเข้ามาตรวจชีพจรนางเป็นอันดับแรก เขายังคง เหมือนปีนั้นไม่เปลี่ยนไปนักเพียงสูงขึ้นเล็กน้อย โครงหน้าชัดกว่าเก่า ผมเปียที่เดิมยุ่งเหยิงก็เปลี่ยนมาเกล้าขึ้นด้วยปินไม้ ค่อยดูเป็นเด็กรับใช้ ขึ้นมาบ้าง
เขาตอบว่า “ท่านกับเซียนเซิงเดินทางมาด้วยกันขอรับ”เจียงเสวี่ยหนิงบอกให้เขาเล่าให้กระจ่าง
เสียวเปั่าก็เล่าตั้งแต่ต้นจนจบ
เรื่องราวไม่ได้ซับซ้อน
ที่แท้วันนั้นพวกเขาสังเกตว่ามีคนติดตามตลอดทางคล้ายมีแผนร้าย จึงชิงแยกรถม้าออกไปหนึ่งคันโดยมีเจี้ยนซูหลอกล่อมือสังหารอย่างลับ ๆ ส่วนเตาฉินนำคนอารักขารถคันที่เจียงเสวี่ยหนิงกับเซี่ยเวยโดยสารเดินทางต่อไปตามทางหลวง หลังเจอคนดักสังหารกลางทางนาง