อให้ไม่ถึงหนึ่งวันทว่าชั่วยามเดียวก็เป็นสุขแล้วเจ้าค่ะ”
แต่ก่อนนางคิดว่าเซี่ยเวยเป็นผู้ประเสริฐต่อมาก็คิดว่าเขาเป็นมารร้าย
แท้จริงแล้วไม่ใช่เลย
เซี่ยเวยเองก็เป็นแค่คนสามัญเกิดมามีเลือดเนื้อ เป็นดั่งที่หลี่ว์เสี่ยนว่าไว้ เขาแค่พยายามกระเสือกกระสนดิ้นรนในนรกบนดินแห่งนี้ มีชะตาชีวิต ที่เทียบคนธรรมดาอย่างนางไม่ได้เลยด้วยซ้ำ
ตอนเขาพูดคำว่า “มีเพียงข้าที่เข้าใจเจ้า”เจียงเสวี่ยหนิงจึงมองเขา ออกอย่างแจ่มแจ้ง
ชาติก่อนโหยวฟางอิ๋นเดาไว้ไม่ผิดตั้งแต่ต้นจนจบ ตัวตนที่ไม่เคยได้รับการยอมรับของเซี่ยเวยคือผู้สืบสายเลือดที่แท้จริงของเซียวและเยี่ยนสองตระกูล ติ้งเฟยซื่อจื่อผู้ที่สวรรค์เมตตาจึงรอดชีวิตมาได้
ไม่จำเป็นต้องนับญาตินับมิตร
ไม่จำเป็นต้องเห็นแก่สัมพันธ์ครอบครัวสายโลหิต
นับแต่ราชวงศ์และตระกูลเซียวใช้กลยุทธ์ต้นหลี่ตายแทนต้นท้อผลัก เขาไปเผชิญชะตากรรมแทน เขาก็คือเซี่ยเวย ทิ้งชื่อเก่าสละแซ่เดิมไม่อาจ มีชีวิตสงบสุขอีกต่อไป ยามค่ำคืนไม่อาจข่มตานอน ได้แต่อาบชโลมด้วย กองไฟแห่งความอาฆาตอันร้อนระอุ
โลกวิบัติ ผู้ประเสริฐไม่อาจดำรง
มีแต่ต้องเป็นมารร้ายถึงจะมีสิทธิ์ยืมธงทัพแห่งวีรชนผู้องอาจ มา กวาดล้างความอดสูที่เคยได้รับในวันวาน
นางทุกข์ทนกับคำว่า ‘ครอบครัว’ มาทั้งชีวิตแล้วเซี่ยเวยไม่เป็น เช่นเดียวกันหรือไร
ดังนั้นหากเขาเข้าใจนาง นางก็เข้าใจเขา
แต่นางรู้ช้าไป ส่วนเซี่ยเวยอาจมองทะลุปรุโปร่งตั้งแต่ตอนทราบฐาน