ะไม่ได้ปั่วยก็ยังเตรียมยาไว้หรือเจ้าคะ”
นิ้วมือเซี่ยเวยที่รับห่อกระดาษสี่เหลี่ยมแข็งค้างไปชั่วอึดใจ
แต่เขาไม่ได้แสดงพิรุธ เก็บกลับเข้าไปในแขนเสื้อคล้ายไม่มีอะไร เกิดขึ้น “โรคทางใจก็ถือว่าปั่วยเช่นกัน”
เจียงเสวี่ยหนิงฟังแล้วไม่ได้เก็บไปคิดให้มากความ นึกอยากดึงมือตนออกจากมือเขา แต่เนื่องจากข้อมือทั้งคู่ผูกกันอยู่ อีกทั้งสายตาเขาก็ไม่ค่อย ดี สุดท้ายจึงไม่ปล่อยมือแต่กลับจับตอบอย่างใจกว้าง แล้วเดินออกจากถ้ำ
เดิมทีถ้ำบนภูเขาไม่ได้อยู่ตำแหน่งสูง
ออกมาแล้วก็เดินมุ่งไปทางทิศตะวันตกเหยียบจมหิมะที่กองทับถม เพิ่งเดินไม่เท่าไรลมหนาวก็พัดเข้ามาตามคอและแขนเสื้อจนตัวสั่นสะท้าน รองเท้าที่จมลึกในหิมะทำเอาสองขาเย็นจนปวด ถึงขั้นค่อย ๆ ชาและไร้ ความรู้สึก
เจียงเสวี่ยหนิงก้าวไปข้างหน้าอย่างทุลักทุเลยากจะหลีกเลี่ยงไม่ให้ ชนหรือสะดุดก้อนหินต้นไม้ ขยับทีก็หน้าทิ่มเฉาะหิมะเข้าปากไปทั้งคำบางครั้งแม้แต่เซี่ยเวยยังถูกนางลากลงไปด้วยจนตอนนี้นางชักจะเกลียดกระทั่งชื่อของตนขึ้นมา
ร่างที่หนาวสะท้านเกินต้านทานจนริมฝีปากคล้ำยังคงคุยเล่นกับเซี่ยเวย “ข้าขบคิดมาตั้งแต่ก่อนแล้วว่า ท่านคงเกลียดที่ข้าชื่อเจียงเสวี่ยหนิงไม่น้อย เพราะเจอกันแต่ละทีมีแต่เรื่องไม่ดีทั้งนั้น”
เซี่ยเวยกล่าว “ไม่เกลียด”
เจียงเสวี่ยหนิงมองเขา “ฝืนใจหรือเปล่าเจ้าคะ”
แม้คราหิมะตกเซี่ยเวยจะอาการไม่ปกติ แต่สภาพร่างกายก็ดีกว่านางไม่รู้ตั้งเท่าไร พอเห็นนา