นหน้านี้เซี่ยเวย บอกว่า ข้ามเขาลูกนี้ไปถึงจี่หนานเมื่อไรก็จะดี ทว่าปั่าเขาแห่งนี้ถึงจะมอง ไม่ค่อยไกล ครั้นเดินทางเข้าจริงหลายวันผันผ่านก็ยังไม่เห็นปลายทางเวลานี้แม้เจียงเสวี่ยหนิงไม่ได้มีนิสัยคุณหนูอ่อนแอ ท้ายที่สุดแล้ว ร่างกายก็ทนลำบากไม่ไหวนัก
ครั้นถึงวันที่สามฝั่าเท้าก็เสียดสีจนพุพอง
ต่อให้นางไม่อยากเป็นตัวถ่วงใคร แต่ก็ยากจะเดินเร็ว ๆ ไหว
วันนี้ทั้งสองต้องข้ามผ่านสันเขา
พื้นที่ภูเขาค่อนข้างสูงชัน
นางขึ้นไปไม่กี่ก้าวก็หลั่งเหงื่อเย็นไม่หยุด ฝั่าเท้าเริ่มอ่อนแรง หากมิใช่เซี่ยเวยทางด้านข้างดึงไว้เกรงว่าคงร่วง
เจียงเสวี่ยหนิงอดยิ้มขื่นไม่ได้ มองไปยังผืนฟั้าสูง ปิดบังความกังวลอันลึกล้ำพลางบอกเซี่ยเวย“ทางด่านชายแดนรอให้ท่านไปคุมสถานการณ์ส่วนองค์หญิงใหญ่ก็ตกอยู่ในอันตราย ข้าเป็นแค่ตัวไร้ประโยชน์ หนทางนี้เดิมทีก็ยากจะเดินทางท่านพาข้าไปด้วยเกรงจะทำให้เรื่องยิ่งแย่กว่าเก่าไม่สู้ทิ้งข้าไว้ที่นี่ส่วนท่านไปจี่หนานก่อนดีกว่า ข้าจะอยู่ในเขาไม่เถลไถล ไว้ท่านจัดการธุระเสร็จค่อยส่งคนมาหาข้าก็ได้เจ้าค่ะ”
เซี่ยเวยไม่พูดอะไร ดึงชายเสื้อตัวเองโดยแรงเกิดเสียงดัง ‘แควก’
เขาฉีกเสื้อคลุมนักพรตสีขาวหิมะซึ่งเปือนเปรอะไปแล้วบางส่วนออกมาเส้นหนึ่ง ก่อนจะผูกข้อมือเจียงเสวี่ยหนิงแล้วมัดปลายอีกฝังเข้ากับข้อมือตนเองแน่น กล่าวด้วยใบหน้าสงบนิ่งปานผืนน้ำว่า “ไป”
เจียงเสวี่ยหนิงรู้สึกว่าคนผู้นี้เสียสติไปแล้ว
นางเสน