่วงแช่น้ำค้างแข็ง[1]ก็ไม่ปาน ท้ายที่สุดก็นั่งลง
เซี่ยเวยถาม “อยากถือหมากขาวหรือหมากดำ”
เจียงเสวี่ยหนิงมองกระดานหมาก รู้สึกเวียนศีรษะ
เซี่ยเวยเอ่ย “หมากขาวมีโอกาสชนะมากกว่าเจ้าถือหมากขาว แล้วกัน”
ความทรมานของเจียงเสวี่ยหนิงยิ่งทบทวี“ไม่เดินหมากล้อมได้หรือไม่เจ้าคะ”
มือเซี่ยเวยที่กำลังจะหยิบกล่องหมากขาวส่งให้พลันชะงัก เขามองนาง หางคิ้วเลิกขึ้นน้อย ๆ“เช่นนั้นเจ้าอยากลงหมากใด หมากรุกจีน หรือหมากซวงลู่”
เจียงเสวี่ยหนิงยกมืออย่างไร้ความมั่นใจ “ถ้าเป็นหมากรุกห้าเม็ด[2]…”
เซี่ยเวย “…”
ไยจู่ ๆ เขาเกิดแรงดลใจอยากปากล่องหมากขาวใส่หน้านางกันนะ
เจียงเสวี่ยหนิงรู้สึกว่าตนอยู่ห่างจากความตายไม่ไกลแล้ว
เซี่ยเวย!
นี่คือเซี่ยเวยเชียวนะ!เซี่ยจวีอันผู้วางกลยุทธ์เบื้องหลังและนำชัยสู่ศึกที่อยู่ไกลห่างจากตัว เป็นพันลี้!
นางถึงกับกล้าเสนอเดินหมากที่เด็กน้อยเล่นกันอย่างหมากรุกห้าเม็ดกับเซี่ยเวย!
ทว่า…
การเล่นหมากล้อมเปลืองสมองตั้งขนาดนั้น
นางไม่อยากเล่นเลยจริง ๆ
หลังเอ่ยว่า “หมากรุกห้าเม็ด” จบ เจียงเสวี่ยหนิงก็มุดศีรษะหมายจะหลบสายตาอันแจ่มชัดของเซี่ยเวย
เซี่ยเวยไม่เอื้อนเอ่ยเป็นเวลานาน
ผ่านไปครู่หนึ่งถึงเก็บเม็ดหมากบนกระดานแบ่งหมากขาวดำเรียบร้อย วางกล่องหมากขาวข้างมือนางอีกคราแล้วเอ่ยว่า “ลงเถอะ”
เจียงเสวี่ยหนิงเงยหน้า “ลงอันใด”
หางตาเซี่ยเวยกระตุก กล่าวลอย ๆ เสียงเบา“หากเจ้าไม่ลง ข้าจะ โยนเจ้าลงไปจากรถ”เจี