ากนางไม่นั่งด้วยกันแต่คอย เซี่ยเวยกินข้าวต้มอยู่ด้านข้าง เช่นนั้นจะไม่กระอักกระอ่วนแย่หรอกหรือ ต่อให้นางไม่กระอักกระอ่วน ข้าวต้มมื้อนี้ของอีกฝั่ายก็ไม่แน่ว่าจะกินได้ อย่างสบายใจ
เป็นนางที่เลอะเลือนเอง
หลายปีมานี้นับว่าสะสางปัญหามาไม่น้อยคบค้าสมาคมกับผู้คนมา ตั้งมาก ไฉนพอพบหน้าเข้าจึงทั้งประหม่าทั้งทำผิดพลาด กระทั่งเรื่องแค่นี้ ยังคิดไม่ได้กันนะ
นางคับข้องใจอย่างอดไม่อยู่ ลอบด่าตัวเองแล้วรีบตอบ “เช่นนั้นต้องขอขมาเซียนเซิงแล้วจะปฏิบัติตามด้วยความเคารพเจ้าค่ะ” นางลังเลชั่วครู่ สุดท้ายก็เดินไปข้างโต๊ะแล้วนั่งลง
ตำแหน่งอยู่ตรงข้ามเซี่ยเวยพอดี
ระหว่างทั้งคู่มีโต๊ะตัวเดียวคั่นกลาง
เตาฉินนำชามตะเกียบเข้ามาเพิ่ม คว้าชามไปหมายจะตักข้าวต้มให้ นาง
เซี่ยเวยไม่เหลือบมองด้วยซ้ำ นิ้วเรียวยาวจับตะเกียบงาช้าง คีบ รากบัวชิ้นหนึ่งใส่ชามพร้อมเอ่ย “นางไม่มีมือหรือ”
เจียงเสวี่ยหนิงฟังแล้วหนังตากระตุก
เตาฉินยิ่งหนังศีรษะตึงในบัดดล ไม่กล้าแม้กระทั่งจะเคลื่อนสายตา ล่อกแล่กไปทางอื่นขานรับว่า “ขอรับ” เบา ๆ ก่อนจะรีบวางชามแล้วหลบออกไป
ท่าทางประหนึ่งเผชิญหน้าพญายมไม่มีผิด
เซี่ยเวยในอดีตรักษาอารมณ์ได้ดีเสมอ น้อยนักจะมีเรื่องใดในใต้หล้า มาทำให้เขาตีสีหน้าเย็นชา กระทั่งชาติที่แล้วยกกำลังพลก่อกบฏ ฆ่าล้างเชื้อพระวงศ์ เขาก็ยังมีท่าทีนุ่มนวลอบอุ่น ไม่เผยจิตสังหารสักเท่าใดนัก
ทว่าบัดนี้…
หากเปลี่ยนสถานการณ์เป็นสองปีก่อ