ให้นางบังคับตนวางมาดข่ม เชิดคางสูง เป็นปฏิปักษ์กับเขา ดูแคลนเขา แสดงความเป็นศัตรูอันแรงกล้ากับคนเช่นเขา
นางจงใจปัดถ้วยชาเขาตก ฉีกบันทึกทำนองพิณเขาขาด…
แต่ในใจลึก ๆ ก็คุมความรู้สึกด้อยกว่าไม่อยู่นางลอบเลียนแบบเขา คิดศึกษาไว้เผื่อจะได้สิ่งใดติดมาบ้าง ถึงเมืองหลวงแล้วจะได้ทำให้ผู้อื่นมองนางสูงขึ้นอีกหน่อย
นางยังจำตอนฉวยโอกาสขณะเซี่ยเวยไม่อยู่ในรถ ฉีกบันทึกทำนอง พิณเขาทิ้งได้ คนปั่วยออดแอดที่ตลอดทางแทบจะไม่ปริปากผู้นั้นก็ถือบันทึกทำนองพิณที่ถูกฉีกหายไปหลายหน้ามาถามนางอย่างที่ไม่เคยทำ “ฝีมือเจ้าหรือ”
นางแกล้งโง่ “เรื่องใด”
อีกฝั่ายได้ยินดังนั้นสีหน้าก็ค่อย ๆ เยียบเย็นบนหลังมือที่บีบบันทึก เห็นเส้นเลือดดำนูนขึ้นมาน้อย ๆ ทว่าทันใดนั้นก็ส่งยิ้มให้ “ครานี้ข้าจะ ถือว่าเจ้าอายุยังน้อยไม่รู้ความ หากยังมีครั้งหน้าอีกเจ้าก็ลองดูสิ”
กล่าวตามตรง แม้คนแซ่เซี่ยจะมีใบหน้าอมโรคและท่าทางเหมือน ไม่ค่อยมีแรง แต่ถึงอย่างไรก็มีต้นทุนด้านรูปโฉม เมื่อยิ้มออกมาแล้วจึงดูดี ยิ่งนัก นางที่ยังเยาว์วัยจึงตาพร่าอย่างยากจะควบคุม พร้อมกันนั้นสันหลังก็หนาววาบบังเกิดความรู้สึกเสมือนถูกเขย่าขวัญ
ทว่าอีกฝั่ายกล่าวจบก็หมุนกายกลับเข้ารถ
เจียงเสวี่ยหนิงหาได้เก็บวาจานั้นมาใส่ใจไม่เข้าใจว่าคนผู้นี้พูดข่มไปอย่างนั้นเอง เขามันแค่ญาติห่าง ๆ ที่อาศัยใต้ชายคาผู้อื่น ส่วนนางเป็นถึง บุตรีขุนนางใหญ่ในเมืองหลวงเชียวนะ เขาจะกล้าทำอะไรล