นเล่าประดุจสาวใยไหมจากรัง ในที่สุดกลับค่อย ๆสานทอ เป็นข้อสันนิษฐานซึ่งใกล้เคียงกับความบ้าคลั่งในส่วนลึกของจิตใจนาง!
…ช่วงเวลาเช่นนี้ สถานการณ์ในราชสำนักในเมืองหลวงสั่นคลอน เต็มที ความขัดแย้งระหว่างนิกายสวรรค์กับฝั่ายพุทธรุนแรงขึ้นทุกขณะลำพังเรื่องเซี่ยเวยมาถึงเจียงหนานยังพอทำเนาแต่เขากล่าวด้วยว่าอีก สามวันจะไปยังด่านชายแดน…
หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่น เจียงเสวี่ยหนิงคงไม่กล้าคิดด้วยซ้ำ
นั่นเป็นการคาดเดาที่น่าพรั่นพรึงตั้งเท่าใดเล่า!แต่ผู้เอ่ยเรื่องนี้กลับเป็นเซี่ยเวยนี่สิ
นางนำกล่องไม้ลงกุญแจมาวางบนโต๊ะด้านข้าง
กระดาษแผ่นนั้นวางไว้ข้างกล่อง
เจียงเสวี่ยหนิงเบือนศีรษะไขกุญแจ ดันฝากล่องไม้เปิดช้า ๆ ด้านในปราศจากไข่มุกกระจ่างหรืออัญมณี มีเพียงดินเหลืองเก่าซึ่งล่วงผ่านวันเวลากอบหนึ่ง
โหยวฟางอิ๋นพลันตระหนักบางสิ่งได้
เจียงเสวี่ยหนิงกลับส่งยิ้มให้คล้ายปลอบโยน“คงต้องรบกวนฟางอิ๋นชำระบัญชีเงินและทรัพย์สินที่ใช้งานได้ของพวกเราก่อนกำหนดแล้วละ ข้าเกรงว่าหากรอจนถึงที่สุดค่อยมาวางแผนกันจะไม่ทัน”
โหยวฟางอิ๋นเงียบงันเป็นเวลานาน ก่อนจะตอบว่า “ทราบแล้ว เจ้าค่ะ”
เจียงเสวี่ยหนิงยกกล่องขึ้น เก็บกระดาษแผ่นนั้นแล้วกลับห้อง
เดิมทีนางนัดหลี่ว์เสี่ยนไว้แต่ไม่ได้ไปพบ หลี่ว์เสี่ยนเองก็ไม่ส่งคนมาถามไถ่
ช่วงบ่ายของสามวันถัดมา ฝังโหยวฟางอิ๋นใช้เวลาหลายคืนจัดระเบียบรายการในบัญชีอันมากมายซับซ้อนจนเสร็จในที่สุด เจียงเสวี