่ยหนิงจึง โดยสารรถม้าออกจากเรือน มุ่งหน้าสู่เรือนพักที่อาศัยของหลี่ว์เสี่ยนซึ่งสืบพบ เมื่อหลายวันก่อน
นับเป็นสถานที่อันเงียบสงบกลางสภาพแวดล้อมแสนวุ่นวาย ตั้งอยู่ ด้านในตรอกแคบริมแม่น้ำฉินหวาย
รถม้าเพิ่งมาถึงปากตรอกนางก็เลิกม่าน เห็นชายชราขายถ่านนั่งอยู่ปากทาง แลดูเหมือนใครสักคนในคณะเดินทางที่พบด้านล่างโรงน้ำชาวันนั้น
อีกฝั่ายมีกลิ่นอายสำรวม ดวงตาแฝงประกายแสง
แม้จะเหลียวมาเห็นนางก็ไม่เผยปฏิกิริยาใดก้มหน้าตะโกนขายของ ต่อ
เจียงเสวี่ยหนิงจึงทราบว่าตนมาถูกที่แล้ว
นางลงจากรถม้า ก้าวสู่ด้านในตรอก
ฝนสารทฤดูเพิ่งตกเมื่อคืนวาน อากาศเย็นลงกลิ่นหอมของต้นหอมหมื่นลี้โชยชายจากด้านในกำแพงเรือนริมตรอก บรรยากาศเงียบสงัดยิ่งนักเรือนอันสงบและสันโดษแห่งหนึ่งตั้งอยู่สุดทางทางเข้ามีคนเฝั้ายาม ตอน เจียงเสวี่ยหนิงหยุดฝีเท้ากลับพบสหายเก่าที่คาดไม่ถึง
คนผู้นั้นคือสตรีผู้นิ่งเฉยและไม่โหยหาลาภยศ
เจ้าตัวสวมกระโปรงจีบสีฟั้าอ่อน บนกายไร้เครื่องประดับเกินจำเป็น เพียงห้อยต่างหูหยกขาวรูปจันทร์เสี้ยวคู่หนึ่ง คาดเข็มขัดหยกที่เอวเท่านี้ ก็มีกลิ่นอายบริสุทธิ์สูงสง่าไม่น้อย
อีกฝั่ายถือหนังสือรวมบทกวี กำลังยืนอยู่ตรงเบื้องล่างบันได
สองปีที่แล้ว เจียงเสวี่ยหนิงเคยพบอีกฝั่ายมาก่อนคุณหนูจากครอบครัวเสนาบดีที่ในอดีตเกือบได้เป็นพระสหายร่วม ศึกษาในเรือนหยางจื่อฝานอี๋หลาน
แรกเริ่มยามนางจากเมืองหลวงมาแดนสู่ฝานอี๋หลานก็พำนักอยู่พอด