างได้รับการกล่าวขานว่าเป็นสตรีอัจฉริยะที่บัณฑิตต่าง ชื่นชมเป็นเสียงเดียวกันเช่นทุกวันนี้
ก่อนหน้านี้ฝานอี๋หลานกระสับกระส่ายอยู่บ้าง ขณะเจียงเสวี่ยหนิง ยังอยู่ห่าง นางกำลังคุยกับคนตรงทางเข้า มิได้รับรู้แต่อย่างใด
กระทั่งอีกฝั่ายเข้ามาใกล้ค่อยรู้สึกตัวหลังจากความตื่นตกใจผ่านพ้น นางก็พินิจให้ดี คลี่ยิ้มออกมาทันที “คุณหนูรองเจียง เหตุใดเจ้าเองก็มาเช่นกันเล่า”
เจียงเสวี่ยหนิงหลบเลี่ยงประเด็นเรื่องจุดประสงค์ของตน คำนับ ทักทายเล็กน้อย ก่อนจะถามกลับแทน “คุณหนูฝาน สิ่งนี้คือ?”
ฝานอี๋หลานไม่เก็บไปคิดให้มากความ ตอบนางว่า “เมื่อวานซืนมาถึง จินหลิง ระหว่างทางเห็นเซี่ยเซียนเซิงเข้า ยังเอ่ยว่ามองผิดไปแล้วสิพอ ไถ่ถามจึงค่อยทราบว่าเป็นเรื่องจริง ข้าเคยติดหนี้บุญคุณคำชี้แนะจาก เซียนเซิง มิกล้าหลงลืม จึงรวบรวมงานเขียนต่ำต้อยของหลายปีนี้มาคารวะเซียนเซิง ประการแรก เพื่อแสดงความขอบคุณต่อพระคุณของเซียนเซิง ประการที่สอง เพื่อขอให้เซียนเซิงช่วยชี้แนะเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ทว่าสอง ครั้งก่อนล้วนชี้แจงว่าเซียนเซิงพักผ่อนอยู่ ข้าจึงไม่กล้ารบกวนและมาอีกหนวันนี้”
เจียงเสวี่ยหนิงไม่ได้กล่าวสิ่งใด
ฝานอี๋หลานเอ่ยแล้วก็ยังข้องใจ “จะว่าไปก็แปลก เมื่อวานซืนข้ามา ตอนบ่าย หลังจากได้ยินว่าเซียนเซิงพักผ่อนอยู่ เมื่อวานจึงจงใจมาแต่เช้าตรู่ ก็ยังบอกอีกว่าเซียนเซิงพักผ่อนอยู่เช่นเดิม…”
เมื่อวานซืนถึงเมื่อวาน
ในใจเจียงเสวี่ยหนิ