งดุจปันปั่วนด้วยรสอันยากจะแยกแยะ นางเองก็ ไม่รู้ว่าตอบฝานอี๋หลานด้วยอารมณ์เช่นไร ระบายยิ้มแช่มช้าพูดว่า “บางที คงเพิ่งถึงจินหลิง เหน็ดเหนื่อยมาตลอดทางจึงล้าเกินไปกระมัง”
เพิ่งถึงจินหลิงหรือ
ฝานอี๋หลานเหลือบมองอย่างค่อนข้างแปลกใจ
เวลานี้ค่อยตระหนักได้กะทันหัน เจียงเสวี่ยหนิงเพียงถามจุดประสงค์การมาของตน แต่อีกฝั่ายกลับไม่เคยอธิบายจุดประสงค์ของตัวเอง
นางจึงคิดจะถามให้รู้กันไป
เวลานี้เองเจี้ยนซูผู้สวมชุดรัดรูปสีเขียวเข้มก็ก้าวออกมา เขาตั้งใจ จะไปทำธุระข้างนอกและถือโอกาสเชิญฝานอี๋หลานกลับ เมื่อก้าวพ้นประตูก็เอ่ยว่า “คุณหนูฝาน เซียนเซิงยังคงพักผ่อนรบกวนท่านมาใหม่วันหลัง เถิด”
เสียงพูดเพิ่งสิ้นสุด เขาก็เห็นเจียงเสวี่ยหนิงยืนอยู่ข้าง ๆ
ฝานอี๋หลานเผยสีหน้าผิดหวังในบัดดล
เสี้ยวความเสียดายวาบผ่านดวงตา ค้อมกายกล่าวว่า “เมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าจะมาขอเยี่ยมคารวะใหม่วันหลัง”
สายตาของเจี้ยนซูกลับมาหยุดที่เจียงเสวี่ยหนิง “คุณหนูรองหนิง…”
เมื่อครู่เจียงเสวี่ยหนิงได้ยินคำที่เขาบอกฝานอี๋หลานแล้ว นางจึงพูดว่า “เช่นนั้นไว้ข้ามาใหม่พรุ่งนี้”
เจี้ยนซูหาได้ต้องการจะสื่อเช่นนี้ไม่
อย่างไรเสียเขาก็ประจักษ์สภาพเซียนเซิงฝังตนเมื่อสองปีก่อนเองกับตา จึงทราบว่าเจียงเสวี่ยหนิงพิเศษปานใด
เขารีบเอ่ยทันควัน “มิใช่ขอรับ ท่านโปรดคอยสักครู่”
เจียงเสวี่ยหนิงชะงัก ฝานอี๋หลานเองก็มองมา
เจี้ยนซูไม่เหลือเวลาอธิบาย หมุนกายเข้าเ