วกั้น เหม่อ มองออกไปด้านนอก
ครั้นหันกลับมาโดยไม่ทันใส่ใจ เขากลับแลเห็นพิณคันนั้น
การเพาะปลูกคือสิ่งที่เขาโปรดปราน การเล่าเรียนคือสิ่งที่เขาชิงชัง จะกล่าวว่ารังเกียจกิจกรรมอันสง่างามสูงส่งทั้งหมดนึกรักแต่บรรดาเรื่อง บ้าน ๆ ก็ยังได้
ทว่าพิณคือข้อยกเว้น
กาลก่อนสมัยเล่าเรียนเขาติดใจศาสตร์นี้ไม่เบา มาบัดนี้ไร้สิ่งใดให้ทำ ยามแลเห็นพิณจึงพลอยคันไม้คันมือ เมื่อเห็นเจียงเสวี่ยหนิงที่นั่งชิดผนัง ห้องกำลังอ่านตำรา ไม่ได้มีท่าทีสนใจตนเขาจึงก้าวขึ้นแท่นและนั่งลง หน้าโต๊ะตั้งพิณโรงน้ำชาไม่ได้หรูหรา แน่นอนว่าพิณเองก็มิใช่ของชั้นดี
แต่ถึงกระนั้นครั้นเริ่มดีดสายลองเสียงก็พบว่าไม่ได้เลวร้ายสักเท่าไร
เว่ยเหลียงไม่คิดอันใดมากก็บรรเลงบทเพลง
เดิมเจียงเสวี่ยหนิงกำลังอ่านหนังสือ ทว่าเมื่อนึกได้ว่าอีกไม่ช้าจะต้องพบหน้าหลี่ว์เสี่ยนความคิดส่วนใหญ่จึงไม่ได้อยู่ที่หนังสือ ใคร่ครวญแต่ อีกประเดี๋ยวต้องเจรจาเรื่องใดบ้างและจะเจรจาอย่างไร จึงอ่านไม่เข้าหัว มากนัก
ตอนได้ยินเสียงพิณ นางจึงอึ้งงันครั้นเงยหน้าถึงพบว่า ที่แท้เว่ยเหลียงกำลังดีดพิณ
บรรเลงบทเพลง ‘ดอกจอกเขียวเป็นสื่อ’ ซึ่งมีเนื้อความว่า ‘สายลมกำเนิดจากดิน แรกเริ่มโบกหญ้าโยกไหว ท้ายโหมกระหน่ำเป็นพายุ’ช่วงสารทฤดูฟั้าโปร่ง บนหอมีเพียงเสียงพิณชั่วขณะหนึ่งพลันบรรจบกับความรู้สึกนางยามนี้พอดี
เหตุการณ์วุ่นวายมากมายที่เกิดขึ้นมิใช่ลมซึ่งพัดโดยไร้ที่มา เจียง เสวี่ยห