ทำพิณและเรือนปีตู๋ต่างก็มิใช่สถานที่ที่คนทั่วไปจะย่างเท้าเข้า ไปได้
เรือนปีตู๋เป็นถึงห้องอักษรของเซี่ยเวย
ทว่าเซี่ยเวยฟังแล้วไม่ได้รู้สึกว่ามีสิ่งใดไม่เหมาะสม เอ่ยว่า “ข้าไปดู สักหน่อย”
ผู้คนในห้องในล้วนไม่ทราบว่าเจี้ยนซูมารายงานเรื่องใด เซี่ยเวยเอง ก็ไม่ได้อธิบาย บอกแค่ว่าตนขอตัวสักครู่แล้วทิ้งทุกคนไว้ที่เดิม ออกจาก ห้องทำพิณไปยังเรือนปีตู๋ด้านหลัง
ร่มไม้คิมหันต์เขียวชอุ่ม จักจั่นร่ำร้องไม่ขาด
อีกฟากของหน้าต่างติดฝังนอกของเรือนปีตู๋ปลูกต้นซิ่งสองต้น ฤดูนี้ พ้นหน้าดอกไม้บานไปนานแล้วจึงปรากฏผลซิ่งเขียวติดประปรายบนกิ่งผลเล็ก ๆ ผลุบโผล่ใต้ใบไม้ มองผาดเดียวก็ชวนให้นึกถึงรสเปรี้ยวฝาดจน น้ำลายสอบทที่ 179 พิณที่ล้มลง (2)เจียงเสวี่ยหนิงเพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก
ทิศเหนือเป็นผนังโล่งปราศจากสิ่งใดบนนั้นรู้สึกถึงความเข้มงวดซึ่ง ถูกซุกซ่อนภายใต้ความราบเรียบไร้สีสัน แต่เข้ากับคำว่า ‘ปีตู๋[1]’ พอดิบพอดี เมื่อสะท้อนร่างเซี่ยเวยก็ประหนึ่งว่าตัวเขาจะ…
จ้องกำแพงใคร่ครวญความผิดพลาด ทบทวนตนวันละสามหนหรือไร
นางกล้าเพียงสอดส่องสายตา ไม่จับต้องค้นอะไรมั่วซั่ว
ทว่ารอหลังเจี้ยนซูออกไปสักครู่กลับไม่พบใครสักที มองต้นซิ่งนอกหน้าต่างเนิ่นนานก็อดไม่อยู่ เด็ดกิ่งเล็กยาวราวนิ้วมือลงมา นางวางกิ่งที่มีใบไม้สองใบกับผลซิ่งเขียวเล็กจิ๋วติดมาด้วยไว้บนฝั่ามือ แสนน่ารักและคงไว้ซึ่งพลังชีวิตอันกระปรี้กระเปร่าของฤด