นิกายสวรรค์ล้วนไม่กล้าส่งเสียง
เมิ่งหยางพลันระเบิดโทสะ!
เขาแข็งแกร่งดุจพยัคฆ์มาแต่เดิม ครั้นบังเกิดจิตสังหารจึงพลันกระชากเชือกพันธนาการแขนตั้งท่าจะฉวยลำคอเซี่ยเวย ทว่าเตาฉินทางด้านหลัง กันมือเขาได้ตั้งแต่แรก ไม่รอให้แตะต้องปลายผมเซี่ยเวยด้วยซ้ำก็คว้า กรงเล็บคมกริบของอีกฝั่าย ฟาดขาทีเดียวกระเด็น ถีบชายรูปร่างกำยำกว่าตัวเองไม่น้อยถลาถอยชนโต๊ะชาล้มโครม!
ผึง!
เสียงไกขยับเข้าตำแหน่งดังมาจากแขนซึ่งถูกแขนเสื้อคลุมปิด สิ่งที่ยกขึ้นมาคือหน้าไม้ขนาดเล็กซึ่งมัดติดแขน ปลายศรสีฟั้าครามจุ่มพิษเล็งเมิ่งหยางประหนึ่งอสรพิษแลบลิ้นเตาฉินโหดเหี้ยมประหยัดวาจา มองเขานิ่ง
เซี่ยเวยไม่เห็นฉากนี้อยู่ในสายตาแม้แต่น้อย“ยังไม่สังหารเจ้าเพียง เพราะเสียดายผู้มีความสามารถหรอกนะ หากเจ้าไม่อาจเป็นประโยชน์ ต่อข้า วันนี้เจ้าก็จะข้ามไม่พ้นประตูบานนี้ อีกทั้งคนแซ่เซี่ยกล่าวแล้วย่อมกระทำ ไม่เคยผิดคำพูดต่อใคร หากไม่เชื่อก็ทดสอบได้ทุกเมื่อ”
นัยน์ตาทั้งสองของเมิ่งหยางแดงก่ำด้วยเส้นเลือดฝอยดุจสัตว์ร้าย ประจันหน้ากับเตาฉิน
ด้านนอกกลับมีเจี้ยนซูรีบร้อนเข้ามา ตอนเห็นสภาพตั้งท่าชักกระบี่ น้าวธนูด้านในก็ไม่เห็นว่าผิดแปลก ตรงไปข้างกายเซี่ยเวยตามด้วยกดเสียงเบารายงานสองสามประโยค
เซี่ยเวยชะงักเล็กน้อย “มานานเท่าใดแล้ว”
เจี้ยนซูตอบ “เพิ่งถึงขอรับ ข้าน้อยคิดว่าท่านกำลังคุยธุระในห้องทำ พิณ ก็เลย ก็เลยเชิญนางไปรอที่เรือนปีตู๋ก่อน”
ห้อง