ยังหนีจนสลัดหลุด ใครเลยจะคาดคิดว่า หูตาของเซี่ยเวยกลับว่องไวกว่าราชสำนักเสียอีก ตอนเขาคิดว่าตนปลอดภัยแล้วนั่นเอง ดาบไม่รู้กี่เล่มก็จ่อลำคอ คืนก่อนจับเขามัดพามาที่นี่ วันนี้กลับถูกพามาฟังพวกหัวหน้าของนิกายสวรรค์กลุ่มนี้ปรึกษาหารือ ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าเซี่ยเวยมีเจตนาแบบใดกันแน่
เวลานี้ตนจึงกล่าวว่า “ผู้น้อยเป็นแค่ชาวบ้านต้อยต่ำ ไม่สนใจเรื่อง ของพวกท่านหรอก”
เซี่ยเวยใช้ความอดทนที่มีต่อคนผู้นี้จนหมดสิ้นแล้ว พูดเรียบ ๆ ว่า “เจ้าลำบากมาไม่น้อยกว่าจะหนีพ้นจากคุกหลวง ไร้ความโลภทางวัตถุซ้ำไม่หวาดกลัวความตาย ตรองดูแล้วคงต้องการชำระแค้นให้ภรรยาคนแรกใช่หรือไม่ เพียงแต่ข้าเก็บสมณะหยวนจีไว้เพราะยังใช้งานได้ หากเจ้าไม่รู้กาลเทศะจนมาทำลายแผน แม้คนแซ่เซี่ยจะเสียดายผู้มีความสามารถมากเท่าใดก็คงได้แต่ต้องกำจัดแล้ว”
เมิ่งหยางหัวเราะเสียงเย็น “หากข้าได้พบหยวนจีก็จะฆ่าทิ้งเสียใน คราวเดียว! เลือกมาเลยว่าท่านจะสังหารข้าตอนนี้ หรือจะปล่อยข้าไป”
เซี่ยเวยได้ยินก็ไม่ได้ขุ่นเคือง “นับแต่ภรรยาคนแรกของเจ้าพักผ่อน อย่างสงบใต้ดินก็หลายปีแล้วกระมัง”
เมิ่งหยางผุดลุก “ท่านหมายความอย่างไร”
ตลอดทั้งดวงหน้าและนัยน์ตาเซี่ยเวยมีแค่ความเฉยชา “ข้าไม่ฆ่าเจ้าหรอก แต่หากเจ้าทำลายแผนข้า เช่นนั้นคงเลี่ยงการดึงวิญญาณผู้วายชนม์ มาพัวพันไม่ได้ ข้าจะเชิญศพภรรยาผู้ล่วงลับของเจ้าออกจากโลงและนำ ขึ้นแขวนสักที่หนึ่ง”
เหล่าคนระดับหัวหน้าของ