บดังห้วงน้ำอันไร้คลื่น“ตอน กงอี๋เฉิงมายังเมืองหลวง การจัดการทั้งหมดเขาเป็นคนตัดสินใจ ครั้นศึก ทงโจวถูกราชสำนักซุ่มโจมตี หากข้าดึงดันช่วยเหลือเขาจะไม่เปิดโปงตนเองเอาหรือ ทั้งยังใช่ว่าจะช่วยได้สำเร็จเสมอไป สถานการณ์แบบนี้ต้องทิ้งเบี้ยเพื่อรักษารถศึกเป็นธรรมดา แม้ข่าวแพร่ไปถึงจินหลิงแต่เขาจะคิดว่า เรื่องนี้เป็นความผิดข้าได้อย่างไรอย่างมากเขาก็สงสัยว่าข้าเมินเฉยไม่ยื่นมือเข้าช่วยและถือโอกาสวางอุบายใส่กงอี๋เฉิง เนื่องด้วยใต้หล้านี้มิตรภาพ ไม่อาจพึ่งพา ผลประโยชน์ต่างหากมั่นคงที่สุด สถานการณ์ในเมืองหลวงย่อมขาดข้าไปไม่ได้ เมื่อปราศจากกงอี๋เฉิงเช่นนี้หากเขายังคิดกำจัดข้าอีก ก็ไม่ต่างจากตัดแขนตนเอง มิสู้แสร้งแสดงไมตรี รอจนกิจใหญ่สำเร็จเสียก่อนค่อยเปิดศึกดีกว่า ดังนั้นสิ่งเร่งด่วนที่สุดยามนี้ คือการทำให้เขาไม่เหลือเวลาว่างมาดูแลสถานการณ์เมืองหลวง สร้างเรื่องให้เขาสักหน่อยเราย่อมนั่งบนภูดูเสือกัดกันได้”พวกเขาเหลียวมองตากัน
พ่อค้าเร่หน้ายิ้มขยับกลองปั๋องแปั๋งในมือไตร่ตรองหลายหนก็หยุดสายตาที่เมิ่งหยาง รับรู้ได้ราง ๆ ว่าแผนการครานี้ของเซี่ยเซียนเซิงคงมีสัมพันธ์บางอย่างกับคนเลวทรามปั่าเถื่อนผู้นี้
ด้วยเหตุนั้นจึงถามว่า “ผู้กล้าเมิ่งคงเป็นกำลังได้มากสินะ”
เซี่ยเวยหันมองเมิ่งหยาง
เมิ่งหยางกลับไม่คล้อยตามนัก
ปกติแล้วเขากระทำทุกสิ่งลำพัง ที่ศึกทงโจวเห็นท่าไม่ดีจึงหนีมาก่อน ภายหลังกรมอาญาไล่ตามจับเขาก็