ยหนิงไม่เคยไปแดนสู่ ก็จริง แต่กลับมิได้ครั่นคร้ามสักเท่าไร “นอกจากนี้ยังมีโหยวฟางอิ๋น สหายสนิทแต่เก่าก่อนของลูก นางแต่งกับเหรินเหวยจื้อซึ่งปัจจุบันเป็น เจ้าของนาเกลือขนาดใหญ่ในเขตจื้อหลิวจิ่ง ถ้ามีนางดูแลคงไม่ขัดสนสิ่งใด อีกอย่างได้ยินว่าฝานอี๋หลานคุณหนูครอบครัวเสนาบดีฝานแห่งกรมพิธีการที่ปีก่อนเข้ารับการคัดเลือกพระสหายร่วมศึกษาพร้อมลูกแต่ถูกคัดชื่อออกเพราะพรสวรรค์ด้านการประพันธ์ ไม่กี่เดือนมานี้ก็ได้ไปยังแดนสู่และอาศัยอยู่เฉิงตู เมื่อลูกไปถึงฝังนั้นก็ใช่ว่าจะไม่มีผู้ใดคอยอยู่เป็นเพื่อนเจ้าค่ะ”
หลังคัดเลือกพระสหายร่วมศึกษาจบฝานอี๋หลานก็ออกท่องโลกกว้าง คำนวณดูย่อมไม่มีมิตรภาพใดต่อเจียงเสวี่ยหนิง
แต่อย่างไรเสียคนผู้นี้ต่างหากถือว่าเป็นบุคคลเหนือสามัญชนิดที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
เด็กสาวคนหนึ่งลาเมืองหลวงเพื่อออกท่องเที่ยวแต่งบทกวี ช่วงไม่ กี่เดือนมานี้มีผลงานประพันธ์จำนวนหนึ่งแพร่หลาย นับว่ามีชื่อเสียงกับเขาบ้างแล้ว มิหนำซ้ำตำแหน่งขุนนางของบิดายังสูงกว่าเจียงปั๋อโหยวเสียอีก ในเมื่ออีกฝั่ายอาศัยอยู่แดนสู่จึงย่อมนำมาใช้โน้มน้าวเจียงปั๋อโหยวได้ชะงัดกว่าเป็นธรรมดา
เจียงปั๋อโหยวคิดไปคิดมาสุดท้ายจึงไม่เหลือสิ่งใดให้กล่าว บอกเพียง ว่า “เมื่อเป็นเช่นนี้ สองวันที่เหลือก็จงดูเถิดว่ายังมีคนรู้จักมักคุ้นใดในเมืองหลวงที่ต้องบอกลาหรือพูดคุยทำความเข้าใจอีกหรือไม่ อย่างไรเสียไปคราวนี้ก็ไม่รู้ว่าเมื่อใดจะ